The Shophouse 1527 x Labyrinth Cafe แล็บลิ้นคาเฟ่

เผยแพร่เมื่อ 2 months ago

แวะเที่ยว New Kid on the (Old) Block The Shophouse 1527 x Labyrinth Cafe แล็บลิ้นคาเฟ่

อาร์ตสเปซแห่งใหม่ใจกลางสามย่าน

  ใครจะคิดว่าตึกแถวร้างที่ซ่อนตัวอยู่ในจุดอับสายตาบนถนนพระรามสี่ จะกลับมามีชีวิตอีกครั้งในฐานะ “อาร์ตสเปซ” แห่งใหม่ในสามย่าน ที่ชื่อ The Shophouse 1527 โดยการใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ในสามย่านมาเป็นต้นทุนการสร้างสรรค์โปรเจ็กต์สุดเท่ที่มีเรื่องราวรอการค้นพบมากมายขนาดนี้… “นโยบายที่เราได้ยินมาคือเขาอยากเปลี่ยนสามย่านให้เป็นย่านการศึกษา ซึ่งระหว่างที่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะกลายไปเป็นอะไร แต่ตึกแถวที่เหลืออยู่นี้อาจเป็นโซนสุดท้ายที่จะโดนทุบในอีก 2 ปี ด้วยระยะเวลาที่ก็ไม่กดดันเรามากเท่าไร เราเองก็พบว่ามันเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ เลยชวนเพื่อน ๆ กลุ่มสถาปนิกและนักออกแบบที่รู้จักและสนใจในเรื่องเดียวกันมาดูห้องเช่าที่ว่างอยู่ แล้วทุกคนก็ตัดสินใจเช่าตึกพร้อม ๆ กันเพื่อสร้างโปรแกรมกันคนละแบบ เราเช่าตึกแถวหมายเลขที่ 1527 ให้เป็น The Shophouse 1527 เป็นพื้นที่ทดลองชั่วคราว นำเสนอนิทรรศการเชิงประสบการณ์ที่เกี่ยวกับเรื่องย่าน ที่มีทั้งผู้คน พื้นที่ และสังคมอยู่รวมกัน และด้วยความที่ตึกอยู่ในสามย่าน เราจึงดึงคอนเทนต์ของสามย่านที่เกิดจากการเล่าและเก็บข้อมูลของคนในพื้นที่จริงๆ มาใช้ในการสร้างสรรค์นิทรรศการ” คุณโจ-ดลพร ชนะชัย ผู้ก่อตั้งบริษัทสถาปนิก Cloud-floor กล่าว    

เรื่องราวใกล้ตัวที่ถูกมองข้าม คือคอนเทนต์ที่เล่าได้ไม่รู้จบ

The Shophouse 1527 เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมเมื่อปีที่ผ่านมา ตึกหน้ากว้าง 4 ม. ลึก 14 ม. ถูกเปลี่ยนจากตึก 3 ชั้นเป็น 2 ชั้น ด้วยการทุบฝ้าเพดานเปิดพื้นที่ระหว่างชั้น 1 และชั้น 2 แต่องค์ประกอบโดยรวมยังคงเสน่ห์ความดิบแบบตึกแถว เก่ารวมทั้งร่องรอยต่างๆ ในตึกไว้เหมือนเดิม “ในช่วงรื้อถอน เราก็พยายามเก็บรวบรวมข้อมูลของสามย่านให้มากที่สุด อย่างเช่นร่องรอยของผู้อยู่อาศัยเดิมตามจุดต่าง ๆ ของตึก ซึ่งปลุกเรื่องราวความทรงจำและวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เคยเกิดขึ้นในตึกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นแรงบันดาลใจสู่นิทรรศการแรกในชื่อ “Resonance of Lives at 1527” เราเล่าเรื่องราววิถีชีวิตเดิมของผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่ผ่านร่องรอยต่างๆ ของตึกแถวกับการเข้ามาของเรา ทั้งเรื่องการรีโนเวทและเปลี่ยนแปลงพื้นที่ เป็นความโชคดีที่ที่นี่เป็นตึกที่มีเจ้าของมือเดียว อยู่อาศัยกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก เท่าที่ทราบ ครอบครัวเขาอยู่ที่นี่มานานกว่า 50 ปีแล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่มีร่องรอยเยอะขนาดนี้” นิทรรศการถัดมาเป็นนิทรรศการต่อเนื่องจากนิทรรศการแรก นำเสนอเรื่องราวและความเชื่อต่างๆ ของสามย่านผ่านความทรงจำของเจ้าของดั้งเดิมเช่นกัน เช่น ศาลเจ้า การแสดงงิ้ว ต้นไทรศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ โดยเล่าผ่านหนังสือพิมพ์ที่ผลิตขึ้นมาเอง และนำเสนอด้วยวิธีการเล่าที่แตกต่างกันไปตามเนื้อหา โดยมีทาง soi | ซอย มาช่วยออกแบบการนำเสนอเนื้อหาให้ เช่น เรื่องศาลเจ้าถูกเล่าผ่านการเสี่ยงเซียมซี เป็นต้น “ส่วนตัวมองว่าสามย่านมีเรื่องเล่าได้เป็นร้อย ตอนแรกเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพื้นที่เลย แต่พอมาได้ยินและเห็นทุก ๆ อย่าง ก็คิดว่าน่าสนใจและน่านำมาเล่าต่อ สามย่านอาจเป็นหนึ่งในโมเดลที่ย่านอื่น ๆ สามารถนำไปเป็นต้นแบบได้ เช่น เป็นกลุ่มของชุมชนที่อยู่กันแบบมีพาณิชยกรรมด้านล่างของตึก ส่วนด้านบนเป็นที่พักอาศัย ย่านนี้ยังมีสถาปัตยกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและความเชื่ออยู่ในพื้นที่ โมเดลแบบนี้เกิดขึ้นในหลายย่านของกรุงเทพฯ เลยคิดว่าถ้าทำที่สามย่านเป็นตัวอย่างให้ดูว่ามันเล่าได้กี่แบบ ย่านอื่น ๆ ก็อาจนำโมเดลนี้ไปใช้ในย่านได้ บางลำภูก็อาจเล่าคล้าย ๆ กัน แต่วิธีการเลือกเนื้อหาอาจได้มาคนละแบบก็ได้ เคยคุยกันว่าสามย่านเป็นเรื่องราวของความปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นในทุกวัน มีความเป็นชีวิตประจำวันสูงมาก ถ้าไม่สังเกต จะไม่เห็นอะไรสักอย่าง แต่ถ้าสังเกตเห็น มันก็น่าสนใจมากทีเดียว”  

สินทรัพย์ที่ดี จุดเด่นที่ทำให้สามย่านแตกต่างจากย่านอื่นๆ

ภาพจำของสามย่านที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นแหล่งรวมศูนย์การค้าหรือร้านอาหารรสเด็ดมากมาย แต่คุณโจยังมองเห็นเสน่ห์อีกข้อหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม “สามย่านมีสินทรัพย์ที่ดี ทั้งในแง่ของผู้คนและพื้นที่ มีสเปซที่ซ่อนตัวอยู่ซึ่งเราต้องเข้าไปพูดคุยกับคนในพื้นที่ก่อน มีวัฒนธรรมที่แสดงออกมาในแง่ของสถาปัตยกรรม เช่น ศาลเจ้า ถ้าไม่ได้ไปดู จะไม่รู้เลยว่ามี แต่ถ้าให้เล่าเรื่องราวสินทรัพย์ในย่านนี้ มันเล่าได้ไม่รู้จบ เป็นการผสมผสานของของเก่ากับของใหม่เข้าด้วยกันจริงๆ และด้วยความที่เป็นย่านที่อยู่ใกล้กับจุฬาฯ มันจึงเคลื่อนไหวด้วยพลังเด็กรุ่นใหม่เยอะกว่าในที่อื่น ๆ เคยได้ยินว่ามหาวิทยาลัยเป็นแกนนำสำคัญที่จะช่วยสั่งสมสินทรัพย์เชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่ นี่จึงเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนได้อีกทางหนึ่ง”   Photo credit: facebook.com/theshophouse1527

เสิร์ฟเครื่องดื่มแกล้มด้วยเรื่องเล่าของชาวสามย่าน

ชั้นล่างของ The Shophouse 1527 ในวันนี้ คือ Labyrinth Cafe แล็บลิ้นคาเฟ่ คาเฟ่ที่มาพร้อมคอนเซปต์ slow bar และบาร์ขนาดยาวเสิร์ฟเครื่องดื่มรสชาติแสนพิเศษ ส่วนชั้น 2 เป็นแกลเลอรีที่จัดนิทรรศการหลักไปแล้ว 2 ครั้ง ทุกครั้งที่มีการจัดแสดงนิทรรศการ The Shophouse 1527 และร้านกาแฟจะทำงานร่วมกันเพื่อนำเสนอสเปเชียลดริงก์ที่เข้ากับนิทรรศการนั้น ๆ ให้แก่ผู้ร่วมงานด้วย “เราต้องหาพาร์ตเนอร์ที่ใช่และเข้ากับเราให้เจอ เขามองเหมือนเราว่าการดื่มกาแฟก็เป็นประสบการณ์การทดลองอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นกาแฟที่ขายคือจึงไม่ใช่แบบชงแล้วมาเสิร์ฟเลย แต่มีการพูดคุย และอะไรอื่นๆ เขาจึงเป็นเหมือนหนึ่งในนิทรรศการที่พูดได้และพูดเก่งของเรา (หัวเราะ) ทีมเขามีหลายคน มีสอนถ่ายภาพด้วย เข้าใจมุมของการทดลองและศิลปะอยู่แล้ว เราเลยรู้สึกว่าโชคดีที่เจอและเป็นพาร์ตเนอร์กัน” ปัจจุบันผู้คนที่แวะเวียนไปเยี่ยมเยียน The Shophouse 1527 มีทั้งกลุ่มคนทำงานสายออกแบบ สายครีเอทีฟ ตลอดจนนักศึกษา “เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่การแสดงออกของศิลปะในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลายกว่าคำว่า “อาร์ต” มันอาจเป็นการนำเสนอความสร้างสรรค์ในด้านใดก็ได้ เราอยากสร้างบรรยากาศของการสร้างสรรค์ให้ต่างไปจากเดิม เรายังเปิดกว้างกับคนที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ ให้สามารถใช้พื้นที่ในการแสดงออกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเป็นคอนเทนต์ที่เหมาะกับพื้นที่ของเรา นี่จึงอาจเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ทดลองที่รอเด็กรุ่นใหม่ซึ่งอาจยังไม่มีกำลังในการลงทุนมากพอ ให้มาร่วมเติมเต็ม นำเสนอคอนเทนต์ของเขาออกมาในเชิงกายภาพให้มากขึ้นได้”
#SamyanCreativeDistrict      #CreativeDistrictofBKKDW #BKKDW2020
 
แชร์
คู่มือเที่ยวชมอื่นๆที่น่าสนใจ
ดูทั้งหมด
ACADEMIC PROGRAM

โปรแกรมเพื่อส่งเสริมด้านการศึกษา (Academic Program) โปรแกรมสนับสนุนนักออกแบบรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมในการก้าวเข้าสู่แวดวงสร้างสรรค์อย่างเต็มตัว เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 ได้ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างนักศึกษากับนักสร้างสรรค์มืออาชีพ ให้มีโอกาสได้พบปะแลกเปลี่ยนและร่วมงานกัน และยังเป็นเวทีให้หน่วยงานภาคการศึกษาได้นำเสนอแนวคิดสร้างสรรค์เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและเมือง อีกทั้งช่วยสร้างประสบการณ์ในการทำงานผ่านโปรแกรมอาสาสมัครในส่วนงานต่าง ๆ ของเทศกาลฯ โดยแบ่งเป็น 3 โปรแกรม ดังนี้ 1. โครงการพิเศษ Special Project เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษา นักออกแบบ หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรเอกชน โดยทุกฝ่ายมีโจทย์การทำงานร่วมกันใน 5 กลุ่ม ได้แก่   Urban City & Development  จัดแสดงผลงานในชื่อ “Local Service” โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสตูดิโอออกแบบ Cloud-floor ร่วมกับ 5 สถาบันการศึกษา ได้แก่ – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร – ภาควิชาออกแบบภายใน คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โครงการพิเศษนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและออกแบบพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ในบริบทของกรุงเทพมหานคร ภายใต้ธีม Resilience – New Potential for Living ปรับตัว > อยู่รอด > เติบโต โดยมีเป้าหมายภายใต้ประเด็นหลากมิติในโจทย์ Local Service ซึ่งให้นิสิตนักศึกษาได้ทดลองทำความเข้าใจบริบทและทำงานร่วมกับคนในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อนำไปสู่การออกแบบและสร้างสรรค์บริการสาธารณะให้กับกลุ่มคนในพื้นที่ที่เหมาะกับบริบทอย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะนำไปสู่การแก้ปัญหา ตอบโจทย์ความต้องการ รวมถึงส่งเสริมศักยภาพให้กับกิจกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน การอยู่อาศัย รวมถึงการประกอบอาชีพของคนในย่านและพื้นที่ศึกษาทดลอง โดยผลลัพธ์จากการสร้างสรรค์ทั้งหมดจะถูกนำเสนอในรูปแบบวิดีทัศน์ที่แสดงถึงกระบวนการทำงาน (Process) การแสดงแผนภาพข้อมูล (Data Visualization) และ/หรือ การจัดทำชิ้นงานต้นแบบ (Prototype) ในสถานที่จริง พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง   Product Design จัดแสดงผลงานในชื่อ “Identity Exhibition” โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสตูดิโอออกแบบ Plural Design ร่วมกับ 10 สถาบันการศึกษา ได้แก่ – ภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร – สาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา – ภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง – สาขาวิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี – สาขาวิชาการออกแบบ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ – ภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – สาขาวิชาออกแบบหัตถอุตสาหกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ – ภาควิชาศิลปอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง – ภาควิชาออกแบบภายใน คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จุดประสงค์ของโครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อให้นิสิตนักศึกษาร่วมกันสำรวจย่านต่าง ๆ ในเมืองที่เราอยู่ เพื่อค้นหาต้นทุนทางวัฒนธรรมในย่านซึ่งมีเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่น ๆ ไม่จะเป็นวัสดุ สิ่งก่อสร้าง การตกแต่ง กิจกรรมต่าง ๆ หรือแม้แต่สิ่งที่เป็นนามธรรม นำมาใช้เป็นโจทย์ในการสร้างสรรค์ผลงานออกแบบที่จะจัดแสดงภายในนิทรรศการ โดยชิ้นงานที่สร้างสรรค์ขึ้นไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือผลิตภัณฑ์ จะแสดงให้เห็นถึงตัวตนของย่านนั้น ๆ เพราะในขณะที่โลกยิ่งเชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัย เราก็ยิ่งต้องการเอกลักษณ์และตัวตนที่เด่นชัดมากขึ้น นั่นจึงเป็นที่มาของธีมหลักในนิทรรศการคือ IDENTITY ที่เชื่อว่าตัวตนที่เด่นชัดในหน่วยย่อย ๆ จะช่วยกันประกอบเป็นภาพใหญ่ที่ชัดเจนยิ่งฃึ้น พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง   Multimedia Design จัดแสดงผลงานในชื่อ “Bangkok Projection Mapping Competition” โดย Yimsamer Studio  ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในงานออกแบบแขนงต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก รวมไปถึงงานออกแบบสื่อสมัยใหม่ (New Media) ซึ่งไม่ได้เน้นเพียงการสื่อสารทางเดียวผ่านทางหน้าจอโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์เท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสื่อกับผู้ชม ดังที่พบเห็นได้ในงานออกแบบปฏิสัมพันธ์ (Interactive Design) หรือมุ่งสร้างความสัมพันธ์กับพื้นที่โดยรอบ เช่น การออกแบบสื่อภาพฉาย (Projection Mapping) เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 ร่วมกับ EPSON (Thailand) จัดกิจกรรม “New Media Festival” ภายใต้แนวคิด “Shift-Alternate (เปลี่ยน)” ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท โดยผลงานที่จัดแสดงนี้ คือผลงานของผู้ที่ผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้าย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลฯ ที่จะส่งเสริมวงการออกแบบสื่อสมัยใหม่ในประเทศให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และสามารถพัฒนาให้ก้าวหน้าทัดเทียมกับสากลโลก พื้นที่จัดแสดงผลงาน : บ้านเลขที่ 1   Fashion Design จัดแสดงผลงานในชื่อ “Rewind & Unwind” โดย สมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ (BFS) ร่วมกับ 2 สถาบันการศึกษา ได้แก่ – หลักสูตรการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ – สาขาแฟชั่นและสิ่งทอ ภาควิชานฤมิตรศิลป์ คณะศิลปกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากสถานการณ์ปัจจุบันที่กระแสสังคม ค่านิยม วัฒนธรรม หรือแม้แต่จำนวนประชากรที่เปลี่ยนแปลงและแปรผันอย่างก้าวกระโดด ส่งต่อผลหลายปัจจัยในทุกภาคส่วน ตั้งแต่เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เทคโนโลยี ไปจนถึงงานศิลปะและงานออกแบบ นำมาซึ่งการปรับตัวที่โน้มเอียงไปตามกระแสโลกซึ่งมีความยืดหยุ่นและเติบโตได้ในสภาวะที่สิ่งรอบตัวมีอยู่อย่างจำกัด  Rewind & Unwind : Rewind มองย้อนกลับไปสู่ความสามัญของสิ่งธรรมดา วิถีชีวิต หรือภูมิปัญญาที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ เพื่อคลี่คลายความคิดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น แล้วบอกเล่าด้วยมุมมองใหม่ผ่านสิ่งที่ดูธรรมดา(Local Material) ด้วยวิธีการที่น่าสนใจ แปลกใหม่ และสร้างสรรค์ เพื่อการปรับตัวและอยู่ร่วมในสภาพสังคมปัจจุบันที่ดีที่สุด โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง 2 มหาวิทยาลัยชั้นนำ กับ 10 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ ได้แก่ Greyhound, ASAVA ,ISSUE, MILIN, Patinya, Painkiller, Kloset, TandT, Vickteerut และ Janesuda เพื่อร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าผ่านแนวคิดและวัสดุที่ทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถส่งเสริมทั้งในด้านมูลค่าและลดการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง   โครงการพิเศษ โดย Moleskine ร่วมกับการออกแบบสถาปัตยกรรม (นานาชาติ) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (INDA) โครงการที่นำเสนอแนวคิดการฟื้นคืนสิ่งที่กำลังถูกละทิ้ง ให้กลับมามีชีวิตและได้รับการใช้งานอย่างยั่งยืนอีกครั้ง โดยไม่เพียงปรับเปลี่ยน สร้างสรรค์ และดูแลเพื่อให้สิ่งต่าง ๆ กลับมามีคุณค่าในหน้าที่การใช้งานเดิมที่เคยเป็นอยู่ แต่ยังคิดต่อยอดเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนหมู่มาก ระบบนิเวศ และการใช้งานอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ระดับโครงสร้างสถาปัตยกรรม ไปจนถึงสิ่งของที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง 2. การจัดแสดง Showcase การจัดแสดงผลงานและนิทรรศการของสถาบันการศึกษา ทั้งผลงานนักศึกษาปัจจุบัน ศิษย์เก่า หรืองานวิจัย เพื่อเป็นพื้นที่เผยแพร่องค์ความรู้และแนวคิดสร้างสรรค์เฉพาะวิชาที่สอดคล้องกับธีมงาน “RESILIENCE : New potential for living ปรับตัว > อยู่รอด > เติบโต” ประกอบไปด้วยผลงานการจัดแสดงจาก 16 สถาบัน จัดแสดงผลงานอยู่ใน 4 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง – การออกแบบสถาปัตยกรรม (นานาชาติ) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (INDA) – ภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร – คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ – วิชาออกแบบเฟอร์นิเจอร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้นใต้ดิน อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง – วิทยาลัยการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต – ปริญญาโท หลักสูตรนวัตกรรมการออกแบบ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ – มหาวิทยาลัย TON DUC THANG ประเทศเวียดนาม – หลักสูตรการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ – ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ – วิทยาลัยชุมชนแพร่ – โรงเรียนออกแบบชนาพัฒน์ – ภาควิชาออกแบบภายใน คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พื้นที่จัดแสดงผลงาน : บ้านเหลียวแล – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พื้นที่จัดแสดงผลงาน : MDIC ชั้น 2 (อาคารส่วนหลัง) TCDC กรุงเทพฯ – มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 3. การจัดกิจกรรม Activity การจัดกิจกรรมโดยสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนและถ่ายทอดความรู้ด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์เฉพาะสาขาวิชา อาทิ เวิร์กช็อปให้ความรู้ การบรรยายและเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญของสถาบัน รวมถึงการเปิดบ้าน (Open House) ให้เยี่ยมชมหรือเข้าร่วมกิจกรรม โดยในปีนี้ ประกอบไปด้วย 3 กิจกรรมที่จัดขึ้นในพื้นที่ของตัวเอง ได้แก่ – การออกแบบนิเทศศิลป์ (นานาชาติ) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CommDe) – ภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร – ศูนย์ศึกษาวิภาวดี มหาวิทยาลัยรังสิต   #BKKDWACADEMICPROGRAM     #BKKDW2020  

2 months ago
EASILY NAVIGATE! ออกเดินทางง่ายๆ ได้ตามใจ

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนมาเที่ยวชมเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 ฮาวทูมาเจริญกรุง – ตลาดน้อย กับ 3 คำแนะนำ ที่จะพาทุกคนมา BKKDW2020 ถึงพื้นที่จัดเทศกาลฯ แบบไม่หลงทางให้ต้องเสียอารมณ์ 1    ฟรี!!! รถรับส่งแสนสบาย จาก BTS หรือ MRT              ตลอดเทศกาลฯ   2     เดินทางด้วย 3 ระบบขนส่งสาธารณะที่จะทำให้               การเดินทางของทุกคนสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น         #ทิ้งรถไว้บ้านมางานตัวปลิว       3     หากมีความจำเป็นต้องนำรถยนตร์ส่วนตัวมา                บริเวณเทศกาลฯ สามารถเดินทางตามเส้นทาง              และจอดรถในจุดใกล้เคียงพื้นที่จัดงานที่แนะนำ    

2 months ago