ย่านสร้างสรรค์อารีย์-ประดิพัทธ์

เผยแพร่เมื่อ 3 months ago

เปิดย่านสร้างสรรค์…พื้นที่จัดแสดงหลักของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563

ทำไม – ที่ไหน – อย่างไร กับ 4 ย่านสร้างสรรค์ใหม่ของกรุงเทพฯ

  หากคุณคือคนเจเนอเรชันก่อน อารีย์-ประดิพัทธ์ อาจมีความหมายเทียบเท่าย่านที่อยู่อาศัยของเหล่าข้าราชการที่ใช้ชีวิตอยู่ใกล้สถานที่ทำการของรัฐ บ้างนึกถึงความเป็นย่านพักแรมของนักเดินทางต่างชาติด้วยทำเลที่อยู่ไม่ไกลนักจากดอนเมือง ขณะที่หลายคนย้อนถึงภาพอันรุ่งเรืองของย่านธุรกิจเก่าแก่และห้างร้านที่มีสินค้าครบครันไม่แพ้ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ในวันนี้ ปัจจุบันย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก การมาถึงของระบบสัญจรแบบรางอย่างรถไฟฟ้าบีทีเอส ทำให้พื้นที่นี้ถูกเปลี่ยนผ่านทั้งในเชิงการใช้งานและปัญหาอันท้าทายของย่านที่เกิดขึ้นใหม่ ทั้งคอนโดมีระดับโรงแรมสมัยเก่าที่กลายเป็นโฮลเทลดีไซน์เก๋หรือบ้านพักอาศัยเงียบสงบกลายเป็นแหล่งรวมของบรรดานักออกแบบและสร้างสรรค์หลากหลายสาขาที่รวมตัวกันเพื่อสร้างความเคลื่อนไหวเชิงบวกให้กับย่านที่กำลังมีสีสันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ ส่วนหนึ่งของ “อารีย์-ประดิพัทธ์” จะกลายเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานสำคัญของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 ทุกปัญหากำลังถูกบอกเล่าและแก้ไขด้วยกระบวนการคิดเชิงออกแบบ โดยกลุ่มนักสร้างสรรค์ที่รวมตัวกันมาสร้างผลงานเพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และความเคลื่อนไหวที่จะคลี่คลายความเก่าและใหม่ในบรรยากาศย่านนี้ให้กับผู้มาเยือน

เปิดยุทธศาสตร์พื้นที่อารีย์-ประดิพัทธ์

  • พื้นที่เชิงกายภาพ : อารีย์-ประดิพัทธ์เป็นพื้นที่ต่อเนื่องกันมีถนนพหลโยธินและถนนพระราม 6 เป็นถนนหลักที่วิ่งคู่ขนานผ่านทั้งสองพื้นที่ สัดส่วนของการใช้ประโยชน์ที่ดินมากกว่า 70% เป็นที่อยู่อาศัย รองลงมาเป็นสำนักงาน และพื้นที่ราชการ
  • การเข้าถึง : ถนนพหลโยธินเป็นถนนสายสำคัญที่มีความสำคัญระดับเมืองเชื่อมต่อตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัย ยาวไปจนถึงเส้นรังสิต จึงเป็นเส้นทางสัญจรที่มีการผ่านไปมามาก และมีความเชื่อมต่อในระดับเมืองสูง สามารถเข้าถึงได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอารีย์ และสถานีสะพานควายที่ช่วยกระจายคนให้มาสู่ย่าน
  • อุตสาหกรรมฮอตในย่าน 1. อุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มร้านอาหารและคาเฟ่ 38% 2. อุตสาหกรรมสถาปัตยกรรม 15.20% 3. อุตสาหกรรมการแพทย์แผนไทย 11.20% 4. อุตสาหกรรมออกแบบ 8.00%

โจทย์ใหม่ของอารีย์-ประดิพัทธ์

ถ้าเราอยากให้สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราดี ก็ต้องเริ่มต้นจากยูนิตที่เล็กที่สุด นั่นก็คือ “ตัวเราเอง” ขณะที่การสร้าง “ย่าน” ให้สร้างสรรค์ก็เช่นกันที่ต้องประกอบไปด้วยความร่วมมือร่วมใจของ “คนทุกคน” ในย่าน โดยหากสำรวจและวิเคราะห์ว่าในย่านอารีย์-ประดิพัทธ์มีอะไรที่เป็นจุดแข็งและจุดอ่อนบ้าง นอกจากเรื่องความหลากหลายของผู้คนในแง่ของอาชีพและทักษะความสามารถแล้ว สิ่งที่ที่นี่ยังขาดก็คือ การสั่งสมความรู้และการรวมกลุ่มกันนั่นเอง นอกจากนี้ความเป็นย่านร้านอาหาร คาเฟ่สุดฮิปสายกิน ดื่ม เที่ยว และการเป็นชุมทางของอร่อยแนวสตรีทฟู้ดที่ดึงดูดให้ผู้คนเดินทางไปเยือนแบบไม่ขาดสาย ยังได้กระตุ้นให้เกิดความพยายามลดขยะอาหารและการใช้บรรจุภัณฑ์ทางเลือก ส่วนการเดินทางเข้าตรอกซอกซอยจำนวนมากก็ต้องอาศัยการบูรณาการรถสาธารณะที่ยังขาดการจัดระเบียบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญของอารีย์-ประดิพัทธ์ ที่รอการแก้ไขเพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทั้งการทำธุรกิจและการดำเนินชีวิตที่เหมาะสม  

รู้จัก “หมู่บ้านนักออกแบบ” ใจกลางกรุงภายในซ. ประดิพัทธ์ 17 คือที่ตั้งของ “33 Space” กลุ่มอาคารหลากรูปแบบ ตั้งแต่ตึกสูงลดหลั่นลงมาเหลือเพียงสตูดิโอห้องกระจกสี่เหลี่ยมสีขาวโล่งกับที่รวมกลุ่มกันเหมือนหมู่บ้านย่อม ๆ ของคนทำงานสายออกแบบกว่า 57 สตูดิโอ ทั้งสถาปัตยกรรม กราฟิก สิ่งพิมพ์ เทคโนโลยีอย่าง Data Science IT หรือ Service Design รวมไปถึงกลุ่มผู้พัฒนาแอปพลิเคชันที่สำคัญพื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่พื้นที่เกิดขึ้นตามกระแส แต่ตั้งขึ้นมากว่า 10 ปีแล้ว เริ่มต้นจากกลุ่มสถาปนิกและเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสอาชีพสายออกแบบในแต่ละยุคสมัยที่นี่จึงถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่สะท้อนให้เห็นภาพความหลากหลายของบุคลากรที่มีศักยภาพทั้งทักษะและการรวมกลุ่มกันทำงาน

โดยภายในเทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ 2563 นี้ คุณจะได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมเยียน “หมู่บ้านนักออกแบบ” แห่งนี้ เพื่อทำความรู้จักกับหลากหลายสตูดิโอที่จะเปิดบ้านต้อนรับผู้มาเยือน และร่วมกิจกรรมสนุกๆ สุดสร้างสรรค์อีกมากมายที่มีเป้าหมายร่วมกัน นั่นคือการพัฒนาพื้นที่ย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ ให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเหมาะที่จะเป็นพื้นที่ในการใช้ชีวิตของผู้คนในย่านอย่างแท้จริง

เปิดลิสต์กิจกรรมเด็ดย่านอารีย์-ประดิพัทธ์

เทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ 2563 (Bangkok Design Week 2020) ได้คัดสรรให้ “อารีย์-ประดิพัทธ์” เป็นอีกหนึ่งพื้นที่หลักในการจัดแสดงผลงานที่น่าสนใจและหากคุณคือคนหนึ่งที่สนใจย่านนี้ อยากทำความรู้จัก หรือแม้แต่อยากมีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมเนียน หรือไปอยู่เป็นชาวอารีย์-ประดิพัทธ์ในอนาคต กิจกรรมใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การทำงาน การกิน และการเดินทาง น่าจะช่วยให้คุณตัดสินใจอะไรๆ ได้เร็วขึ้น และดียิ่งขึ้นเช่นกัน

1. ทำงานในย่าน (Work) :

พบกับกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลของนักสร้างสรรค์ในย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ ในรูปแบบแพลต์ฟอร์มออนไลน์ที่เรียกว่า “Tinker Potform” Index บอกข้อมูลและรายงานความเคลื่อนไหวต่าง ๆ เพื่อให้นักออกแบบในพื้นที่ได้รู้ว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร และร่วมมือกันอย่างไรได้บ้าง รวมถึงเพื่อสื่อสารให้คนภายนอกได้รู้จักนักออกแบบในพื้นที่อีกด้วยพร้อมกิจกรรม “เปิดหม้อ” (Open Pot) ที่จะพาไปแวะเวียนทำความรู้จักสตูดิโอต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด

2. กินอยู่ในย่าน (Food) :

ย่านอารีย์-ประดิพัทธ์เป็นย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องคาเฟ่และร้านอาหารที่มีมากกว่า 300 ร้านค้า รวมถึงร้านสตรีทฟู้ดจำนวนมาก ดังนั้นนอกจากภารกิจตามรอยไป “ชิม” แล้ว เราอยากชวนคุณมาร่วมตั้งเป้าหมายช่วยให้อารีย์-ประดิพัทธ์เป็น Zero Waste District กับโปรเจ็กต์ “Eats Meet Waste” ที่จะออกแบบวิธีการและเครื่องมือสื่อสารเพื่อลดปริมาณขยะจากร้านค้า รวมไปถึงการนำขยะที่มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ (Design on Waste) ร่วมกับกลุ่มนักออกแบบในย่าน

3. เดินทางในย่าน (Commute) :

หยุดภาพความวุ่นวายในการเดินลัดเลาะเซาะขอบทางในซอยอารีย์ หรือการวนหาที่จอดรถที่หายากยิ่งสิ่งใด กับโปรเจ็กต์สนุกๆ ที่จะจำลองภาพการเคลื่อนที่ของระบบขนส่งสาธารณะประเภทต่าง ๆ ทั้งวินมอเตอร์ไซค์ ตุ๊กตุ๊ก และรถสองแถว บริเวณปากซอยอารีย์ 1 และทดลองเดินทางในย่านด้วยยานพาหนะทางเลือกอย่างสกูตเตอร์ที่เหมาะอย่างยิ่งกับการ Café Hopping ในระยะสั้นๆ ตลอดทั่วทั้งย่าน เพราะเมืองเป็นเรื่องของเราทุกคนมาจุดประกายไอเดียการพัฒนาพื้นที่ชุมชนที่แม้จะไม่ใช่ย่านประจำถิ่นของเรา แต่ก็สามารถช่วยจุดประกายให้เรานำกลับไปประยุกต์ใช้กับ “แถวบ้าน” เราได้บ้างไม่มากก็น้อย…พบกันที่อารีย์-ประดิพัทธ์ 1-9 กุมภาพันธ์นี้  
#CreativeDistrictofBKKDW       #BangkokCityOfDesign #BKKDW2020
 
แชร์
คู่มือเที่ยวชมอื่นๆที่น่าสนใจ
ดูทั้งหมด
ACADEMIC PROGRAM

โปรแกรมเพื่อส่งเสริมด้านการศึกษา (Academic Program) โปรแกรมสนับสนุนนักออกแบบรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมในการก้าวเข้าสู่แวดวงสร้างสรรค์อย่างเต็มตัว เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 ได้ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างนักศึกษากับนักสร้างสรรค์มืออาชีพ ให้มีโอกาสได้พบปะแลกเปลี่ยนและร่วมงานกัน และยังเป็นเวทีให้หน่วยงานภาคการศึกษาได้นำเสนอแนวคิดสร้างสรรค์เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและเมือง อีกทั้งช่วยสร้างประสบการณ์ในการทำงานผ่านโปรแกรมอาสาสมัครในส่วนงานต่าง ๆ ของเทศกาลฯ โดยแบ่งเป็น 3 โปรแกรม ดังนี้ 1. โครงการพิเศษ Special Project เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษา นักออกแบบ หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรเอกชน โดยทุกฝ่ายมีโจทย์การทำงานร่วมกันใน 5 กลุ่ม ได้แก่   Urban City & Development  จัดแสดงผลงานในชื่อ “Local Service” โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสตูดิโอออกแบบ Cloud-floor ร่วมกับ 5 สถาบันการศึกษา ได้แก่ – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร – ภาควิชาออกแบบภายใน คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โครงการพิเศษนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและออกแบบพัฒนาศักยภาพของพื้นที่ในบริบทของกรุงเทพมหานคร ภายใต้ธีม Resilience – New Potential for Living ปรับตัว > อยู่รอด > เติบโต โดยมีเป้าหมายภายใต้ประเด็นหลากมิติในโจทย์ Local Service ซึ่งให้นิสิตนักศึกษาได้ทดลองทำความเข้าใจบริบทและทำงานร่วมกับคนในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อนำไปสู่การออกแบบและสร้างสรรค์บริการสาธารณะให้กับกลุ่มคนในพื้นที่ที่เหมาะกับบริบทอย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะนำไปสู่การแก้ปัญหา ตอบโจทย์ความต้องการ รวมถึงส่งเสริมศักยภาพให้กับกิจกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน การอยู่อาศัย รวมถึงการประกอบอาชีพของคนในย่านและพื้นที่ศึกษาทดลอง โดยผลลัพธ์จากการสร้างสรรค์ทั้งหมดจะถูกนำเสนอในรูปแบบวิดีทัศน์ที่แสดงถึงกระบวนการทำงาน (Process) การแสดงแผนภาพข้อมูล (Data Visualization) และ/หรือ การจัดทำชิ้นงานต้นแบบ (Prototype) ในสถานที่จริง พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง   Product Design จัดแสดงผลงานในชื่อ “Identity Exhibition” โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสตูดิโอออกแบบ Plural Design ร่วมกับ 10 สถาบันการศึกษา ได้แก่ – ภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร – สาขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา – ภาควิชาสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง – สาขาวิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี – สาขาวิชาการออกแบบ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ – ภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – สาขาวิชาออกแบบหัตถอุตสาหกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ – ภาควิชาศิลปอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง – ภาควิชาออกแบบภายใน คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จุดประสงค์ของโครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อให้นิสิตนักศึกษาร่วมกันสำรวจย่านต่าง ๆ ในเมืองที่เราอยู่ เพื่อค้นหาต้นทุนทางวัฒนธรรมในย่านซึ่งมีเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่น ๆ ไม่จะเป็นวัสดุ สิ่งก่อสร้าง การตกแต่ง กิจกรรมต่าง ๆ หรือแม้แต่สิ่งที่เป็นนามธรรม นำมาใช้เป็นโจทย์ในการสร้างสรรค์ผลงานออกแบบที่จะจัดแสดงภายในนิทรรศการ โดยชิ้นงานที่สร้างสรรค์ขึ้นไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือผลิตภัณฑ์ จะแสดงให้เห็นถึงตัวตนของย่านนั้น ๆ เพราะในขณะที่โลกยิ่งเชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัย เราก็ยิ่งต้องการเอกลักษณ์และตัวตนที่เด่นชัดมากขึ้น นั่นจึงเป็นที่มาของธีมหลักในนิทรรศการคือ IDENTITY ที่เชื่อว่าตัวตนที่เด่นชัดในหน่วยย่อย ๆ จะช่วยกันประกอบเป็นภาพใหญ่ที่ชัดเจนยิ่งฃึ้น พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง   Multimedia Design จัดแสดงผลงานในชื่อ “Bangkok Projection Mapping Competition” โดย Yimsamer Studio  ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในงานออกแบบแขนงต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก รวมไปถึงงานออกแบบสื่อสมัยใหม่ (New Media) ซึ่งไม่ได้เน้นเพียงการสื่อสารทางเดียวผ่านทางหน้าจอโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์เท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างสื่อกับผู้ชม ดังที่พบเห็นได้ในงานออกแบบปฏิสัมพันธ์ (Interactive Design) หรือมุ่งสร้างความสัมพันธ์กับพื้นที่โดยรอบ เช่น การออกแบบสื่อภาพฉาย (Projection Mapping) เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 ร่วมกับ EPSON (Thailand) จัดกิจกรรม “New Media Festival” ภายใต้แนวคิด “Shift-Alternate (เปลี่ยน)” ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท โดยผลงานที่จัดแสดงนี้ คือผลงานของผู้ที่ผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้าย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลฯ ที่จะส่งเสริมวงการออกแบบสื่อสมัยใหม่ในประเทศให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และสามารถพัฒนาให้ก้าวหน้าทัดเทียมกับสากลโลก พื้นที่จัดแสดงผลงาน : บ้านเลขที่ 1   Fashion Design จัดแสดงผลงานในชื่อ “Rewind & Unwind” โดย สมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ (BFS) ร่วมกับ 2 สถาบันการศึกษา ได้แก่ – หลักสูตรการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ – สาขาแฟชั่นและสิ่งทอ ภาควิชานฤมิตรศิลป์ คณะศิลปกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากสถานการณ์ปัจจุบันที่กระแสสังคม ค่านิยม วัฒนธรรม หรือแม้แต่จำนวนประชากรที่เปลี่ยนแปลงและแปรผันอย่างก้าวกระโดด ส่งต่อผลหลายปัจจัยในทุกภาคส่วน ตั้งแต่เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เทคโนโลยี ไปจนถึงงานศิลปะและงานออกแบบ นำมาซึ่งการปรับตัวที่โน้มเอียงไปตามกระแสโลกซึ่งมีความยืดหยุ่นและเติบโตได้ในสภาวะที่สิ่งรอบตัวมีอยู่อย่างจำกัด  Rewind & Unwind : Rewind มองย้อนกลับไปสู่ความสามัญของสิ่งธรรมดา วิถีชีวิต หรือภูมิปัญญาที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ เพื่อคลี่คลายความคิดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น แล้วบอกเล่าด้วยมุมมองใหม่ผ่านสิ่งที่ดูธรรมดา(Local Material) ด้วยวิธีการที่น่าสนใจ แปลกใหม่ และสร้างสรรค์ เพื่อการปรับตัวและอยู่ร่วมในสภาพสังคมปัจจุบันที่ดีที่สุด โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง 2 มหาวิทยาลัยชั้นนำ กับ 10 แบรนด์ไทยดีไซเนอร์ ได้แก่ Greyhound, ASAVA ,ISSUE, MILIN, Patinya, Painkiller, Kloset, TandT, Vickteerut และ Janesuda เพื่อร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าผ่านแนวคิดและวัสดุที่ทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถส่งเสริมทั้งในด้านมูลค่าและลดการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง   โครงการพิเศษ โดย Moleskine ร่วมกับการออกแบบสถาปัตยกรรม (นานาชาติ) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (INDA) โครงการที่นำเสนอแนวคิดการฟื้นคืนสิ่งที่กำลังถูกละทิ้ง ให้กลับมามีชีวิตและได้รับการใช้งานอย่างยั่งยืนอีกครั้ง โดยไม่เพียงปรับเปลี่ยน สร้างสรรค์ และดูแลเพื่อให้สิ่งต่าง ๆ กลับมามีคุณค่าในหน้าที่การใช้งานเดิมที่เคยเป็นอยู่ แต่ยังคิดต่อยอดเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนหมู่มาก ระบบนิเวศ และการใช้งานอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ระดับโครงสร้างสถาปัตยกรรม ไปจนถึงสิ่งของที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง 2. การจัดแสดง Showcase การจัดแสดงผลงานและนิทรรศการของสถาบันการศึกษา ทั้งผลงานนักศึกษาปัจจุบัน ศิษย์เก่า หรืองานวิจัย เพื่อเป็นพื้นที่เผยแพร่องค์ความรู้และแนวคิดสร้างสรรค์เฉพาะวิชาที่สอดคล้องกับธีมงาน “RESILIENCE : New potential for living ปรับตัว > อยู่รอด > เติบโต” ประกอบไปด้วยผลงานการจัดแสดงจาก 16 สถาบัน จัดแสดงผลงานอยู่ใน 4 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้น 1 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง – การออกแบบสถาปัตยกรรม (นานาชาติ) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (INDA) – ภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร – คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ – วิชาออกแบบเฟอร์นิเจอร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พื้นที่จัดแสดงผลงาน : โถงชั้นใต้ดิน อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง – วิทยาลัยการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต – ปริญญาโท หลักสูตรนวัตกรรมการออกแบบ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ – มหาวิทยาลัย TON DUC THANG ประเทศเวียดนาม – หลักสูตรการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ – ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ – วิทยาลัยชุมชนแพร่ – โรงเรียนออกแบบชนาพัฒน์ – ภาควิชาออกแบบภายใน คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พื้นที่จัดแสดงผลงาน : บ้านเหลียวแล – คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พื้นที่จัดแสดงผลงาน : MDIC ชั้น 2 (อาคารส่วนหลัง) TCDC กรุงเทพฯ – มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ 3. การจัดกิจกรรม Activity การจัดกิจกรรมโดยสถาบันการศึกษาเพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนและถ่ายทอดความรู้ด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์เฉพาะสาขาวิชา อาทิ เวิร์กช็อปให้ความรู้ การบรรยายและเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญของสถาบัน รวมถึงการเปิดบ้าน (Open House) ให้เยี่ยมชมหรือเข้าร่วมกิจกรรม โดยในปีนี้ ประกอบไปด้วย 3 กิจกรรมที่จัดขึ้นในพื้นที่ของตัวเอง ได้แก่ – การออกแบบนิเทศศิลป์ (นานาชาติ) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CommDe) – ภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร – ศูนย์ศึกษาวิภาวดี มหาวิทยาลัยรังสิต   #BKKDWACADEMICPROGRAM     #BKKDW2020  

2 months ago
EASILY NAVIGATE! ออกเดินทางง่ายๆ ได้ตามใจ

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนมาเที่ยวชมเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 ฮาวทูมาเจริญกรุง – ตลาดน้อย กับ 3 คำแนะนำ ที่จะพาทุกคนมา BKKDW2020 ถึงพื้นที่จัดเทศกาลฯ แบบไม่หลงทางให้ต้องเสียอารมณ์ 1    ฟรี!!! รถรับส่งแสนสบาย จาก BTS หรือ MRT              ตลอดเทศกาลฯ   2     เดินทางด้วย 3 ระบบขนส่งสาธารณะที่จะทำให้               การเดินทางของทุกคนสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น         #ทิ้งรถไว้บ้านมางานตัวปลิว       3     หากมีความจำเป็นต้องนำรถยนตร์ส่วนตัวมา                บริเวณเทศกาลฯ สามารถเดินทางตามเส้นทาง              และจอดรถในจุดใกล้เคียงพื้นที่จัดงานที่แนะนำ    

2 months ago