BANGKOK DESIGN WEEK 2022, 5–13 FEB

อัพเดทและเที่ยวชมงาน

พระนคร: ความดั้งเดิม ที่ไม่เคยซ้ำเดิม

ชวนรู้จักย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ “พระนคร” ย่านที่เกิดมาพร้อมกับกรุงเทพมหานคร มีความคลาสสิกเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศ พร้อมเปิดรับทุกความคิดสร้างสรรค์เพื่ออนุรักษ์ ต่อยอด และสร้างเรื่องราวที่จะกลายเป็นบทใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 200 ปีของย่านนี้จุดกำเนิดของกรุงเทพมหานครเริ่มต้นที่บริเวณราบลุ่มฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ เวลากว่า 2 ศตวรรษ เปลี่ยนอดีตศูนย์กลางการปกครองของประเทศสู่ย่านเมืองเก่าอันเป็นหมุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ มีสตรีทฟู้ดเจ้าดังระดับตำนานหลายเจ้าเป็นอีกหนึ่งสิ่งดึงดูดใจย่านพระนครเป็นสักขีพยานของเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายและอยู่ท่ามกลางกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงมานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่ในยุคสร้างบ้านแปงเมือง จนกระทั่งในปี 2020 เมื่อโลกเราเกิดโรคระบาด ย่านเก่าแก่แห่งนี้ต้องเผชิญความท้าทายอีกครั้ง การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ ร้านรวงหลายแหล่งปิดตัวลง แต่พระนครแห่งนี้ก็คงอยู่ ปรับตัว และหาทางรอดต่อไปร่วมย้อนร่องรอยความคิดสร้างสรรค์บนย่านประวัติศาสตร์ ผ่านกิจกรรมหลากหลายที่ Co กันระหว่างผู้อยู่อาศัยและผู้หลงใหลในเมืองเก่า พร้อมชวนคุณมาสำรวจ เพื่อร่วมสร้างชีวิตและเพิ่มสีสันให้ย่านคลาสสิกแห่งนี้ ที่เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 ภายใต้ธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” ตั้งแต่วันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 ภายใต้การจัดรูปแบบงานตามมาตรการรองรับโควิด-19ติดตามความเคลื่อนไหว / Follow us www.bangkokdesignweek.comFB/IG : bangkokdesignweek Twitter : @BKKDesignWeekLine : @bangkokdesignweek#BKKDW2022#BangkokDesignWeek#CoWithCreation

อารีย์ - ประดิพัทธ์: ชิคสุดไม่ตกเทรนด์

ชวนรู้จักย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ “อารีย์ – ประดิพัทธ์” ย่านสุดชิคที่เป็นหมุดหมายของเหล่าคนรุ่นใหม่ รายล้อมไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร และธุรกิจสร้างสรรค์มากมายที่ทำให้ย่านนี้ไม่เคยตกเทรนด์ผู้คนในย่านยังเป็นเสมือน “เพื่อนบ้าน” ที่เอื้ออารีกันสมชื่อ สัมผัสกลิ่นอายความน่ารักและความอบอุ่นที่อบอวลไปทั่วทั้งย่าน จากการจับมือกันระหว่างคนรุ่นเก่าที่เป็นรากฐานกับคนรุ่นใหม่ที่นำเข้าไลฟ์สไตล์ชิค ๆ เพื่อสร้างสรรค์ย่านให้น่าอยู่และยั่งยืน ย่านอารีย์ – ประดิพัทธ์ เคยเรียกกันว่าเป็นเมืองราชการ เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการ และชนชั้นสูงนับตั้งแต่อดีต และยังเป็นย่านที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนที่พักอาศัย ตั้งแต่บ้านเก่าแก่ที่อยู่คู่ย่านมานาน ชุมชนขนาดเล็ก ไปจนถึงคอนโด หรือที่พักใหม่ ๆ ที่เพิ่งเริ่มเป็นเพื่อนบ้านกันไม่นาน สู่การเข้ามาของธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะร้านอาหาร คาเฟ่สุดชิคมากมาย รวมถึงชุมชนของนักออกแบบทั้งหลาย ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีทั้งผู้ที่อยู่มาก่อนและผู้มาใหม่ที่หลงใหลเสน่ห์ของย่านนี้ กลายเป็นแหล่งจุดประกายไอเดีย เชื่อม connection เหล่านักสร้างสรรค์หลากหลายวงการ นอกจากนี้อารีย์ยังเป็นย่านที่ความเป็น “เพื่อนบ้าน” แข็งแรงที่สุดย่านหนึ่ง ในย่านนี้คุณจะได้พบความหลากหลายที่พึ่งพาอาศัยและอยู่ด้วยกันได้ การเกื้อกูลกันของเพื่อนบ้านต่างวัย ร้านค้าเก่าแก่ในชุมชนที่สามารถอยู่ร่วมกับร้านอาหารหน้าใหม่สุดชิคได้อย่างลงตัว และพร้อมจับมือฝ่าฟันวิกฤตต่าง ๆ ไปด้วยกันทั้งย่าน “อารีย์ – ประดิพัทธ์” เปิดประตูต้อนรับทุกคนให้ได้เข้ามาทำความรู้จัก และหลงรัก “เพื่อนบ้านในย่านอารีย์” ร่วมถอดบทเรียนจากย่านเข้มแข็ง ที่จับมือกันผ่านพ้นวิกฤตไปพร้อมกันจากการ “Co” กันระหว่างผู้คนทั้งย่าน ร่วมคิด สร้าง และหาทางรอดใหม่ ๆ ไปกับชาวอารีย์ ได้ตั้งแต่วันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 ภายใต้การจัดรูปแบบงานตามมาตรการรองรับโควิด-19 ติดตามความเคลื่อนไหว / Follow us www.bangkokdesignweek.comFB/IG : bangkokdesignweek Twitter : @BKKDesignWeekLine : @bangkokdesignweek#BKKDW2022#BangkokDesignWeek#CoWithCreation

สามย่าน: ครบสูตรย่านเรียนรู้ มาคู่ตำนานอร่อย

ชวนรู้จักย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ “สามย่าน” ย่านที่ไม่เคยหยุดพัฒนา แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ทั้งแหล่งรวมการเรียนรู้ เคียงคู่ตำนานร้านอร่อย ศูนย์กลางธุรกิจที่สำคัญของกรุงเทพฯ (Central Business District) และยังเป็นเหมือนสนามทดลองของคนสร้างสรรค์จากหลากหลายวงการที่ชวนกันมาระดมไอเดียเพื่อค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้พื้นที่แห่งนี้สามย่านคือศูนย์รวมความอร่อยของกรุงเทพฯ เราจะได้เห็นทั้งร้านอาหารเก่าแก่ประจำย่านที่เป็นแหล่งรวมตัวของนักศึกษา ภัตตาคารอาหารเหลาที่ประจำของเหล่าอากงอาม่า ร้านสตรีทฟู้ดที่ตอบโจทย์ชีวิตเร่งรีบของคนทำงาน ไปจนถึงคาเฟ่ฮิป ๆ ที่เหล่าวัยรุ่นแวะเวียนมาเช็กอิน ตลอดเส้นทางตั้งแต่สวนหลวงสแควร์ยาวไปถึงถนนบรรทัดทองนอกเหนือจากการเป็น “Learning Space” หรือพื้นที่การเรียนรู้ที่มีทั้งมหาวิทยาลัยชั้นนำและโรงเรียนมากมาย ทุกวันนี้พื้นที่ในสามย่านยังมีการ “Co” กับฟังก์ชั่นและความเป็นไปได้อื่น ๆ เพื่อให้เหมาะต่อการใช้งานของทุกคนและทันต่อยุคสมัยมากขึ้น เช่น การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์แบบผสมผสาน หรือ “โครงการมิกซ์ยูส” เพื่อรองรับการใช้งานหลายรูปแบบอย่างเป็นมิตรแบบ “สามย่านมิตรทาวน์”, พื้นที่สาธารณะผืนใหญ่ใจกลางเมืองใน “อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ” หรือพื้นที่สำหรับผู้ประกอบการในวงการสตาร์ตอัปอย่าง “BLOCK 28” ไปจนถึงพื้นที่สำหรับกิจกรรมทางเลือกอื่นๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการใหม่ๆ ของคนยุคนี้สามย่านยังเป็นพื้นที่ทดลองที่คนเจเนอเรชั่นใหม่พากันมาปลุกปั้นธุรกิจ ทั้งสานต่อธุรกิจครอบครัว และเริ่มต้นกิจการของตนเอง ไปจนถึงการริเริ่มโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในกรุงเทพฯ เช่น โมเดลการใช้รถ EV เพื่อให้บริการในย่าน ไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์อย่างศูนย์ปฏิบัติการศิลปกรรมดิจิทัล หรือ FAAMAI และ Art4C Gallery เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่แสดงออกอย่างอิสระสัมผัสย่านหมุดหมายแห่งความเจริญของทุกด้านในทุกยุคสมัย และประสบการณ์ทางรูป รส กลิ่น เสียง แห่งสามย่าน เดือนกุมภาฯ นี้ ! ที่เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 ภายใต้ธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” ตั้งแต่วันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 ภายใต้การจัดรูปแบบงานตามมาตรการรองรับโควิด-19 ติดตามความเคลื่อนไหว / Follow us www.bangkokdesignweek.comFB/IG : bangkokdesignweek Twitter : @BKKDesignWeekLine : @bangkokdesignweek#BKKDW2022#BangkokDesignWeek#CoWithCreation

ทองหล่อ - เอกมัย: ย่านดีไซน์ผู้มาก่อนกาล

ชวนรู้จักย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ “ทองหล่อ – เอกมัย” ย่านใจกลางกรุงที่เป็นแหล่งรวมตัวของเหล่านักออกแบบ และนักสร้างสรรค์ระดับตำนานหลากหลายแขนง ที่มักจะต่อยอดโลกดีไซน์ไปสู่โลกธุรกิจได้อย่างลงตัว ชวนมาสัมผัสสีสันและความสนุกของบรรยากาศความสร้างสรรค์ที่แฝงอยู่ในย่านผ่านธุรกิจมากมายที่กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งย่านย่าน “ทองหล่อ – เอกมัย” เป็นดั่งศูนย์กลางการออกแบบใจกลางเมือง เป็นที่ตั้งของสตูดิโอออกแบบมากมาย นอกจากนี้ยังเป็นย่านแห่งธุรกิจและการค้าที่ล้วนเกี่ยวข้องกับงานออกแบบ เช่น ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ ขายของดีไซน์ เรียกได้ว่า คนที่หลงรักทั้งงานดีไซน์และเรื่องราวเบื้องหลังธุรกิจจะต้องหลงเสน่ห์ทองหล่อ – เอกมัยเป็นแน่ ดึงดูดให้ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอยากจะมาพักอาศัยหรือเยี่ยมเยียนย่านแห่งนี้ เมื่อการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์บรรจบเข้าหากันกับธุรกิจ จึงทำให้ย่านนี้เต็มไปด้วยหลากหลายธุรกิจ ตั้งแต่ธุรกิจออกแบบ กราฟิกดีไซน์ สถาปัตยกรรม เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงการออกแบบประสบการณ์ผ่านรสชาติ เสียงเพลง และความบันเทิงต่าง ๆ อย่างธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ ผับ บาร์ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนกรุงเทพฯแทบทุกช่วงเวลา ธุรกิจที่นี่ไม่เคยหยุดนิ่ง และย่านนี้ก็ไม่เคยหลับใหลเช่นกัน พบการปรับตัวที่รวดเร็วของย่านธุรกิจที่ปีนี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่ในโลกจริง แต่ชาว “ทองหล่อ – เอกมัย” จะพาคุณไปท่องโลกเสมือนในอนาคตอย่างโลก Metaverse ที่จะจับมือชวนร้านค้าเก่าแก่ในย่าน คาเฟ่ชื่อดัง และสตูดิโอนักออกแบบ ปรับตัวหาทางรอดใหม่ ๆ ให้ธุรกิจไปพร้อมกัน และยังรับชมผลงานที่มีทั้งรูปแบบ Online และ On ground ได้ที่เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 ภายใต้ธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” ตั้งแต่วันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 ภายใต้การจัดรูปแบบงานตามมาตรการรองรับโควิด-19   ติดตามความเคลื่อนไหว / Follow us www.bangkokdesignweek.comFB/IG : bangkokdesignweek Twitter : @BKKDesignWeekLine : @bangkokdesignweek#BKKDW2022#BangkokDesignWeek#CoWithCreation

เจริญกรุง - ตลาดน้อย: ยิ่งเก่า ยิ่งเจ๋ง

ชวนรู้จักย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ “เจริญกรุง-ตลาดน้อย”ย่านการค้าที่สำคัญตั้งแต่กำเนิดพระนคร และเป็นชุมชนแห่งความหลากหลายของผู้คน วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ที่เป็นรากฐานหลักในการพัฒนาความเจริญที่ไม่มีวันเก่าของพื้นที่นี้จนกลายเป็นย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต้นแบบของกรุงเทพฯพื้นที่เก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก นั่นคือต้นแบบของความเจริญรุ่งเรืองในอดีตที่สำคัญของไทย ตั้งแต่การมีถนนตัดผ่านและใช้นามว่า “เจริญกรุง” นอกจากจะเป็นเส้นทางสัญจรทางบกแล้ว ยังมีความเจริญที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ ซึ่งถูกสื่อสารออกมาอย่างชัดเจนผ่านสถาปัตยกรรม สิ่งของ หรือแม้แต่อาหารท้องถิ่น และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนย่านการค้าที่สำคัญแห่งนี้มาตั้งแต่กำเนิดพระนคร จนเกิดพื้นที่ค้าขายในย่านของชาวจีนอย่างสำเพ็ง และขยับขยายความคึกคักออกมาถึง “ตลาดน้อย” หรือตลาดที่ชาวจีนเรียกว่า “ตะลักเกี้ยะ” ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี ด้วยเสน่ห์ของความเก่าแก่และวัตถุดิบท้องถิ่นมากมายในย่านนี้ ทำให้มีนักสร้างสรรค์หลากหลายสาขาเล็งเห็นคุณค่าและเข้ามาหยิบจับผสมไอเดียใหม่ ๆ ต่อยอดมรดกดั้งเดิมให้มีคุณค่าและเพิ่มมูลค่ามากขึ้น แต่งแต้มสีสันและช่วยสร้างบรรยากาศความเป็นย่านสร้างสรรค์ให้เด่นชัด จนทำให้ย่านนี้ถูกเลือกเป็นย่านหลักในการจัดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ทุกปีปัจจุบันย่านเก่าแห่งนี้จึงถูกพัฒนาให้เป็นต้นแบบของ “ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ที่ได้รับการปรับปรุงทั้งเชิงกายภาพ ภาพจำใหม่ ๆ ต่อยอดไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และการให้บริการที่ทันต่อยุคสมัยมากขึ้นในย่าน โดยมี CEA และภาคีต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงกลุ่มคนในชุมชนจำนวนมากเป็นผู้สนับสนุนการขับเคลื่อนนี้ เพื่อเติมเต็มความเจริญให้ย่านนี้อยู่ตลอดแบบไม่มีวันเก่าพบการ “Co” กันระหว่างพื้นที่ ผู้คน รวมถึงความ “Heritage” ที่มากไปด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่พร้อมให้คุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของย่านได้ในเดือนกุมภาฯ นี้ ! ที่เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 ภายใต้ธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” ตั้งแต่วันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 ภายใต้การจัดรูปแบบงานตามมาตรการรองรับโควิด-19 ติดตามความเคลื่อนไหว / Follow us www.bangkokdesignweek.comFB/IG : bangkokdesignweek Twitter : @BKKDesignWeekLine : @bangkokdesignweek#BKKDW2022#BangkokDesignWeek#CoWithCreation

เปิดตัวย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ! พร้อมรูปแบบการจัดงานแบบ Co With Creation

ใกล้เข้ามาแล้ว กับเทศกาล Bangkok Design Week 2022 ที่ครั้งนี้มาพร้อมกับการจัดงานทั้งรูปแบบออนไลน์ที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง และการจัดงานบนพื้นที่จริงที่จะชวนคุณมาเดินสำรวจความน่าสนใจและงานออกแบบใหม่ ๆ ลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย กระจายตัวไปถึง 5 ย่านในกรุงเทพฯ หลังจากในปีที่ผ่านมาเราเคยจัดงานที่ เจริญกรุง – ตลาดน้อย, สามย่าน, อารีย์ – ประดิพัทธ์, ทองหล่อ – เอกมัย แต่ปีนี้พิเศษขึ้นไปอีก ! มาพร้อมย่านใหม่อย่าง พระนคร พร้อมพื้นที่สร้างสรรค์อีกหลายแห่งที่กระจายตัวทั่วกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าหลากหลายที่สุดเท่าที่เคยมีมา คุณจะได้เห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในบริบทที่หลากหลายกว่าเดิม และสัมผัสความเป็นย่านที่จะมาอวดเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไปอย่างแน่นอน   เตรียมพบกับทั้ง 5 ย่านที่จะถูกแต่งเติมสีสันในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 ที่ปีนี้มาในธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” ตั้งแต่วันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 นี้    Co กันระหว่างออนไลน์และพื้นที่จริง Bangkok Design Week 2022 ยังคงเต็มไปด้วยโปรแกรมน่าสนใจและผลงานสร้างสรรค์มากมายหลากหลายรูปแบบ ซึ่งในปีนี้มีการลดจำนวนงานที่จัดแสดงในพื้นที่จริงลงเพื่อรักษามาตรการความปลอดภัย แต่ความสนุกและสีสันยังไม่เลือนหายไปไหน เพราะเราได้ยกโปรแกรมอีกส่วนมาไว้ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงง่าย ๆ ได้ทุกที่ และได้เป็นส่วนหนึ่งกับเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ในปีนี้   จุด Co หลักอยู่ที่ “เจริญกรุง – ตลาดน้อย” ย่าน “เจริญกรุง – ตลาดน้อย” ยังคงเป็นย่านจัดงานหลักเช่นเคยเหมือนทุกปี และเป็นย่านที่มีผลงานจัดแสดงมากที่สุด    เตรียมพบกับโปรแกรมไฮไลท์มากมายที่จะกระจายตัวอยู่ทั่วย่านแห่งนี้ เชิญชวนให้ทุกคนออกมาเดินสำรวจและค้นหาความคิดสร้างสรรค์ที่ซ่อนอยู่ในย่านนี้ไปพร้อมกัน   สถานที่จัดงานหลัก – Elton House – Broccoli Revolution Charoen Krung – Heliconia Bangkok | เฮลิโคเนีย กรุงเทพฯ – O.P. Garden | โอ.พี. การ์เด็น – Central: The Original Store – Marine Police Lodging | บ้านพักตำรวจน้ำ – Haroon Mosque Community | ชุมชนมัสยิดฮารูน – Ten Fingers Factory and Design Co.,LTD – Darunbannalai Children’s Library | ดรุณบรรณาลัย ห้องสมุดเด็กปฐมวัย – Soi Charoenkrung 34 | ซอยเจริญกรุง 34 – Grand Postal Building, Charoenkrung Road | อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง – TCDC Bangkok | TCDC กรุงเทพฯ – Hēi Jīi | เฮจิ – Charoen 43 Art & Eatery | เจริญ 43 อาร์ท แอนด์ อีทเทอร์รี่ – Warehouse 30 | โกดัง 30 – JOJO Cafe – ATT 19 | แอท ไนน์ทีน – Same Old Days – River City Bangkok | ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก – Mad Sugar Home Cafe’ – Yip In Tsoi | ยิบอินซอย – Khlong Phadung Krung Kasem, Mahapluetharam Road | คลองผดุงกรุงเกษม ถนนมหาพฤฒาราม – Chai Phatthanasilp | ชัยพัฒนศิลป์ – Talad Noi Community | ชุมชนตลาดน้อย – Patina Bangkok | พาทีน่า แบงค็อก – Mother Roaster – Soi Charoenkrung 22 | ซอยเจริญกรุง 22 – Baan Rim Naam, Talad Noi | บ้านริมน้ำ ตลาดน้อย – The So Heng Tai Mansion | บ้านโซวเฮงไถ่ – Hong Sieng Kong | ฮงเซียงกง – Puey Park | สวนป๋วย (ท่าน้ำภาณุรังษี) – Recordoffee | เรคคอดอฟฟี่ – DINSOR | ดินสอ – San Chao Rong Kueak | ศาลเจ้าโรงเกือก   Co หลากหลายย่าน สร้างสีสันทั่วกรุงเทพฯ นอกจาก “เจริญกรุง – ตลาดน้อย” โปรแกรมบางส่วนยังกระจายตัวไปจัดแสดง 3 ย่านที่มีคาแรกเตอร์แตกต่าง ได้แก่ สามย่าน, อารีย์ – ประดิพัทธ์ และ ทองหล่อ – เอกมัย ที่เคยสร้างสีสันมาแล้วในปีที่ผ่านมา พร้อมพื้นที่สร้างสรรค์อีกหลายแห่งที่กระจายตัวทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งการจัดงานในย่านที่หลากหลาย จะทำให้เราได้สำรวจผลงานออกแบบไปพร้อมซึมซับกลิ่นอายความเป็นย่านต่าง ๆ ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป รวมถึงได้ลองเดินทำความรู้จักร้านรวงต่าง ๆ ผู้ประกอบการเจ้าเก่าและโดดเด่นประจำย่าน และได้สัมผัสผู้คนที่อาศัยอยู่ในย่านนั้น ๆ อีกด้วย   Co ย่านใหม่ “พระนคร” พิเศษกว่าทุกปี เพราะปีนี้มีเรามีย่านใหม่อย่าง “พระนคร” เป็นอีกย่านที่จะมีผลงานจัดแสดงมาร่วมแต่งแต้มสีสันให้เมืองเก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพฯ กับโจทย์สนุกที่จะท้าทายความเป็นไปได้ในการ Co กันระหว่างย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และเรื่องราว พร้อมต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ให้เข้ากับเมืองในมิติต่าง ๆ      #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek #CoWithCreation        

DESIGN RESEARCH DAY - ANNOUNCEMENT OF PARTICIPANT

ประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกบรรยายในงาน Design Research Day ทะเล กังขาว อรจิรา ยั่งยืน ภาวิดา วชิรปัญญาพร ศุภชัย อารีรุ่งเรือง ศุภาศัย วงศ์กุลพิศาล เขมิกา ธีรพงษ์ พิชชาภา จรีภรณ์พงษ์ ศุภชัย คำตัน โกเมศ กาญจนพายัพ ศุภกร ทาหนองค้า สำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 10 ท่าน เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อเเจ้งรายละเอียดให้ทราบต่อไป    

เตรียมพร้อม ! Co With 5 ประเด็นหลัก ใน Bangkok Design Week 2022

หลังจากที่เทศกาลฯ ได้พาทุกคนมองย้อนกลับไปยังเรื่องราวจากวิกฤติโควิด 2 ปีที่ผ่านมา ตามมาด้วยการคาดการณ์อนาคตอันใกล้ สู่ความเข้าใจในธีมและแนวคิดสำคัญ “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” กันไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะพูดถึง 5 ประเด็นหลักของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ในปีนี้ เราอยากให้คุณทำความรู้จักไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะทุกประเด็นล้วนเป็นประเด็นสำคัญของโลกในปัจจุบัน และสั่นสะเทือนชีวิตของคุณไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง    เตรียมพร้อมเข้าไปสำรวจ 5 ประเด็นสำคัญด้วยตัวคุณเองในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ที่กำลังจะจัดขึ้น 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ ในธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด”    Co With Space “พื้นที่” คือประเด็นสำคัญที่เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ตั้งคำถามและทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ปีแรก และในปีนี้แนวคิดของ “พื้นที่” เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรจากผลกระทบจากวิกฤติในปีที่ผ่านมา   พื้นที่อยู่อาศัยในยุคหลังโควิด-19 จะเป็นแบบไหน ? พื้นที่สาธารณะและพื้นที่ชุมชนจะเป็นอย่างไรในวันที่คนโหยหาการปฏิสัมพันธ์แต่ยังคงให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยด้านสุขภาพ ? พื้นที่ธรรมชาติจะมีบทบาทในการฟื้นฟูเมืองและจิตใจของคนได้จริงหรือไม่ ? อะไรคือสมดุลระหว่างการอนุรักษ์สิ่งเก่าและพัฒนาสิ่งใหม่ในเมืองและย่านที่เราอยู่ ? ผลกระทบจากโควิดและเศรษฐกิจจะเปลี่ยนเมืองของเราไปเป็นแบบไหน ?   พบหลากหลายโปรแกรมที่ตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ของพื้นที่รูปแบบต่าง ๆ จากนักออกแบบที่ทำงานร่วมกับประเด็นพื้นที่และเมือง สำรวจโจทย์ที่ท้าทายของการออกแบบพื้นที่ในอนาคต ไปจนถึงตื่นตากับการชุบชีวิตพื้นที่เมืองด้วยความคิดสร้างสรรค์   Co With Mental Health “งานออกแบบเพื่อแก้ปัญหาทางใจ” คือประเด็นต่อมาที่เทศกาลฯ ปีนี้อยากนำเสนอ เพราะนี่คือเรื่องใหญ่ที่เป็นผลจากวิกฤติที่ต่อเนื่องและยาวนาน และเป็นเสมือนคลื่นใต้น้ำที่หลายคนอาจมองไม่เห็น แต่กลับสร้างผลกระทบให้สังคมมหาศาลหากไม่ได้รับการดูแล   การออกแบบจะช่วยให้คนตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาความเจ็บป่วยทางใจที่กำลังเป็นเรื่องใหญ่ในปัจจุบันได้อย่างไร ? งานออกแบบจะช่วยเยียวยาใจ บำบัดความตึงเครียด สร้างความสุขและความผ่อนคลายให้คนในภาวะวิกฤติได้หรือไม่ ?  ออกแบบเมืองแบบไหนที่ช่วยสร้างเกราะป้องกันทางใจให้คนในสังคมมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน ?   สัมผัสโปรแกรมที่ทำให้เราเห็นหลากหลายความเป็นไปได้ที่จะนำงานออกแบบเข้าไปทำงานร่วมกับปัญหาสุขภาพจิต ที่จะทำให้คุณกลับมาสำรวจใจตัวเองและเรียนรู้ที่จะเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจให้คนรอบข้าง   Co With Eco วิกฤติสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องอนาคต แต่ ณ วันนี้มันอุบัติขึ้นแล้ว และยิ่งหนักขึ้นเป็นเท่าทวีคูณจากวิกฤติในสองปีที่ผ่านมา และนี่คือสิ่งที่เราทุกคนในฐานะพลเมืองโลกต้องรับผิดชอบร่วมกัน    แล้วการออกแบบจะมีส่วนช่วยเหลือเพื่อบรรเทาวิกฤตินี้อย่างไร ?  แนวคิดออกแบบจะช่วยสร้างการหมุนเวียนและความยั่งยืนให้สิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง ? นวัตกรรมการออกแบบจะช่วยลดขยะที่เป็นภาระแก่โลก และเปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ได้อย่างไร ? เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มใหม่ ๆ จะมีส่วนร่วมสร้างความยั่งยืนได้หรือไม่ ?   ค้นพบแรงบันดาลใจและแนวทางการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมร่วมกันจากนักออกแบบและสร้างสรรค์หลากหลายโปรแกรมในเทศกาลฯ ปีนี้ เพื่อจะพบว่าคุณเองก็เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาระดับโลกได้   Co With Culture เมื่อวัฒนธรรมที่เคยแช่แข็งถูกละลายด้วยคำถาม เปิดพื้นที่ให้คนในสังคมเสนอไอเดีย ปรับปรุงให้ดีขึ้น เปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัย และต่อยอดกลายเป็นมูลค่า นำมาซึ่งความเป็นไปได้มากมาย    คำถามสำคัญคือ การออกแบบจะช่วยนำเสนอวัฒนธรรม เล่าเรื่องย่านหรือท้องถิ่นให้ร่วมสมัยและเข้าถึงคนมากขึ้นได้อย่างไร ?  วัตถุดิบทางวัฒนธรรม ทรัพยากร และภูมิปัญญาในท้องถิ่นที่มีอยู่เดิม จะเพิ่มคุณค่าและเกิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจจากความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร ?   ตื่นตาไปกับโปรแกรมงานออกแบบที่ชวนถอดรหัสวัฒนธรรม ตีความและเล่าเรื่องใหม่โดยนักออกแบบและนักสร้างสรรค์หลากหลายที่จะทำให้คุณมองคำว่า “วัฒนธรรม” เปลี่ยนไปจากเดิม   Co With Future ในวันที่สิ่งใหม่เกิดขึ้นทุกวัน แทนที่จะหยุดเรียนรู้และวิ่งหนีสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ลองทำความรู้จักกับมันดูสักตั้งเพื่อเตรียมรับการมาถึงของอนาคต    และหากคุณเป็นหนึ่งในนักสร้างสรรค์ คุณคงอยากรู้ว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ จะช่วยต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ของเราได้อย่างไร ? นวัตกรรมและเครื่องมือใหม่ ๆ จะเปลี่ยนทิศทางงานออกแบบในอนาคตไปเป็นแบบไหน ? แนวคิดด้านการออกแบบและกระบวนการสร้างสรรค์ในอนาคตจะปรับเปลี่ยนไปในรูปแบบใด ? ชีวิตและการทำงานของเราจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรจากการมาถึงของเทคโนโลยีเหล่านี้ ?   วาร์ปไปทำความรู้จักสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต กับโปรแกรมงานออกแบบที่ใช้เทคโนโลยีแห่งอนาคตเป็นส่วนผสมหลัก เตรียมความพร้อมให้คุณ “Co” กับอนาคตก่อนใคร   #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek #CoWithCreation    

ปลุกพลังบวกผ่านงานออกแบบ Visual Identity ใน Bangkok Design Week 2022

Key Visual คือส่วนสำคัญในการสร้างภาพจำและสื่อสารแนวคิดเบื้องหลังของ Bangkok Design Week มาตลอดทุกปี แต่สำหรับปีนี้ที่ผู้คนยังคงบอบช้ำและเมืองยังคงซบเซาจากวิกฤติโควิด-19 อีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ Key Visual ต้องช่วย “ปลุกพลังบวก” ให้บรรยากาศที่แสนห่อเหี่ยวของปีที่ผ่านมากลับคืนสู่ความสดใสอีกครั้ง   เป็ด-ภาคภูมิ ลมูลพันธ์ คือนักออกแบบกราฟิกที่ทางเทศกาลฯ มอบหมายให้เขารับผิดชอบโจทย์นี้ ก่อนหน้านี้เป็ดเคยไปใช้ชีวิตและทำงานกับบริษัทกราฟิกดีไซน์ในประเทศญี่ปุ่นนานถึง 12 ปี ก่อนจะบินกลับมาก่อตั้งสตูดิโอออกแบบของตัวเองในประเทศไทยในชื่อ Routine Studio และฝากผลงานในหลากหลายวงการอย่าง ปกหนังสือ อาคิเต็กเจอ, Untitled Case และอีกหลายเล่มจากสำนักพิมพ์ Salmon Books, โปสเตอร์ภาพยนตร์ Snap, ผลงานออกแบบ Visual Identity ให้หลากหลายเทศกาล เช่น Taiwan Documentary Film Festival in Thailand 2021 หลายคนจดจำงานกราฟิกของเป็ดได้จากความมีชีวิตชีวา สีสัน และจังหวะกราฟิกที่สนุก บวกการออกแบบคาแรกเตอร์ที่น่ารักละมุนใจ และนั่นคือเหตุผลที่เทศกาลฯ เลือกให้เขาเป็นผู้ออกแบบ Key Visual ชุบชูใจคนในปีนี้   แม้จะยืนระยะในวงการกราฟิกดีไซน์มายาวนาน แต่การได้มีส่วนร่วมกับ Bangkok Design Week 2022 ก็ยังสร้างความตื่นเต้นกับเจ้าตัวไม่น้อย เพราะการสื่อสารแนวคิด “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” ออกมาเป็นภาพให้นักออกแบบ นักสร้างสรรค์ ไปจนถึงคนทั่วไปเข้าใจก็เป็นโจทย์ที่ท้าทายไม่เบา   เริ่มต้นจากปลุกพลังความสดใส 2 ปีที่ผ่านมาปัญหาโควิด-19 อยู่กับคนทั่วโลก ทำให้นักสร้างสรรค์หมดไฟจะสรรค์สร้างอะไรกันไปไม่น้อย ทั้งทีมงานเทศกาลฯ และเป็ดจึงเห็นตรงกันว่า เราต้องมอบความหวังและกระตุ้นบรรยากาศที่เหมาะกับการสร้างสรรค์ให้กลับมาเป็นอันดับแรก   “ตอนที่ได้รับแจกโจทย์ ได้รู้ธีมงานในปีนี้ก็คือ Co With Creation และเป้าหมายของเทศกาลฯ ที่จะเป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้เกิดบรรยากาศสร้างสรรค์ เราก็มาทำการบ้าน คิดว่าทำอะไรกับงานได้บ้าง พอคิดจากชื่อที่อยากให้คนมาร่วมงาน นึกถึงประเด็น ‘การเชื่อมโยง’ และ ‘การช่วยเหลือกัน’ ในการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะฝั่งนักสร้างสรรค์ ชุมชน หรือฝั่งธุรกิจเอง ก็เลยอยากสร้างงานที่คนดูสามารถเห็นความหลากหลายใน Main Visual ของงาน”   “องค์ประกอบหลาย ๆ อันในงาน เช่น ตัวหนังสือ C O W I T H ที่นำมาทำเป็นภาพ ก็จะมีรูปแบบหลากหลาย แล้วค่อยมาจัดการกับพื้นที่ให้มีความกลมกลืน มีองค์ประกอบย่อย ๆ ที่แสดงการเชื่อมโยงต่อจุดกันในแบบต่าง ๆ เหมือนเป็นพลังงานด้านบวกที่มาสนับสนุนแพลตฟอร์ม Bangkok Design Week ปีนี้”   “ซึ่งพอคุยว่าโทนของงานน่าจะไปทางไหน ก็คิดว่าน่าจะอยากได้ความสดใส มีพลังบวกขึ้นมากกว่าปีก่อน ๆ ให้เป็นบรรยากาศที่เชียร์อัพคนที่ชมงาน คิดว่าการสร้างบรรยากาศนี้ก็น่าจะเป็นผลดีกับการสร้างสรรค์ด้วยหลังจากที่ขมุกขมัวกันอยู่นานเพราะโควิด ก็เลยเป็นที่มาของภาพรวมดีไซน์ต่าง ๆ ในโปสเตอร์ คืออยากให้คนดูรู้สึกเฟรช มีความสนุกเข้ามา และเปิดกว้างถ้าหากจะมีการต่อยอดพูดคุยหรือทำงานเรื่องจริงจังอื่น ๆ ”   โจทย์เรื่องสีและวัย  แบบสเก็ตช์ Graphic Elements องค์ประกอบ และชุดสีหลายชุด ก่อนจะเป็น Visual Identity เวอร์ชั่นจริงที่ถูกใช้ใน Bangkok Design Week 2022   “สีเหลือง” คือสีที่คนจดจำได้จาก Bangkok Design Week ปีที่ผ่านมา โจทย์ต่อมาคือการสร้างสรรค์ความสดใหม่และสดใส แต่ยังคงไว้ซึ่งสีที่เป็นภาพจำของเทศกาลฯ   “ในส่วนของการทำงานเรื่องสีหรือการเลือกสี พอได้รายละเอียดโจทย์มาว่าอยากจะให้งาน On-site ยังคงสีเหลืองเอาไว้ เพราะค่อนข้างมีประสิทธิภาพในการบอกทิศทาง เลยเริ่มทำงานโดยยึดสีเหลืองเป็นหลัก และมีกรอบที่ใช้ Form ของตัว D จากคำว่า Design เข้าไปสร้างเป็นโลโก้หลักของเทศกาลฯ แล้วค่อย ๆ ปรับหาสีอื่นที่มาเข้าคู่กัน ต้องเป็นสีที่ไม่กวนกันและดูสบายตา คิดว่าเทา-ดำเป็นคู่สีที่ใช้กับเหลืองได้ดี โดยที่มีสีอื่นมาเพิ่มเติมไม่ยากมาก จุดหลักในการทำงานเรื่องสีคือคนดูแวบเดียวแล้วต้องเข้าใจว่าคืองานเดียวกัน ส่วนนี้เป็นงานที่ต้องใช้เวลาและละเอียดไปบ้าง แต่คิดว่าเวลาใช้งานในสถานที่จริงที่เป็นตึกรามบ้านช่อง การเข้าคู่สีต่าง ๆ ที่เลือกไว้น่าจะช่วยให้งานเด่นออกมาได้”    “หนึ่งในโจทย์สำคัญน่าจะเป็นเรื่องของการทำให้งานดูสนุกสดใส แต่ต้องไม่ให้ความรู้สึกเด็กเกินไป เพราะว่า Visual นี้จะถูกเอาไปใช้ประกอบกับงานนิทรรศการของดีไซเนอร์หลากหลายท่านมาก อย่าง Object ต่าง ๆ ในงาน ถึงจะดูเป็นเอกเทศ เป็นคาแรกเตอร์ที่เหมือนมีชีวิตของตัวเองก็จริง แต่การดีไซน์ของเราจะไม่มีการใส่ลูกตาหรือกรอบใบหน้าที่ชัดเจนลงไป พยายามเน้นฟอร์มรูปร่างที่เป็นแนว Geometric ให้ดูเป็นเทศกาลงานดีไซน์อยู่”   ทุกรายละเอียดคือการเล่าเรื่อง หัวใจของการออกแบบกราฟิกคือการสื่อสารผ่านรูปภาพให้คนเข้าใจ ทั้งสิ่งที่อยู่บนภาพตรง ๆ และเหล่าความหมายที่ซ่อนอยู่ รายละเอียดทุกอย่างที่อยู่ในงานจึงมีเนื้อหาและสิ่งที่จะสื่อสารในตัวเอง   “มีการใส่รายละเอียด เพิ่มดีเทลให้งานมี Texture เพิ่มขึ้นกว่าฟอร์มตัวหนังสือเฉย ๆ อย่างตรงตัวอักษร C ก็ทำให้มันเป็นจุด ๆ ที่ดูเชื่อมต่อกันเพื่อล้อกับคอนเซปต์ของงานที่พูดเรื่องการเชื่อมต่อและการช่วยเหลือกัน คือถ้าเอาดีเทลพวกนี้ออกไป งานก็จะดูเหงามาก”   “แต่ไม่เชิงว่าคนดูจะต้องมาทำหน้าที่ถอดรหัสอะไรซับซ้อน เราแค่พยายามต่อยอดการทำงานจากภาพนิ่งให้เกิดความเคลื่อนไหวในจินตนาการคนดู และทำให้งานสามารถนำไปใช้ในงานเคลื่อนไหวต่อได้เวลาที่ต้องอยู่ในสื่ออื่น ๆ อย่างสื่อดิจิทัล อย่างส่วนจุดของตัว i ก็เป็นไอเดียออกมาจากกล่อง หรือตัว H ก็มีเส้นตารางขึ้นมาเป็นเเปลนแบบร่างดีไซน์ และที่สำคัญคือเราใส่องค์ประกอบรองที่ลอยไปลอยมา มาช่วยสร้างความเคลื่อนไหวและความรู้สึกให้กับงานด้วย”   Co with ความหวัง บรรยากาศใน Routine Studio ที่เป็ดใช้เป็นพื้นที่ทำงานร่วมกันกับพาร์ตเนอร์ ยูน-พยูณ วรชนะนันท์    สิ่งสำคัญที่สุดของคนทำงานก็คือการที่งานประสบความสำเร็จดังความคาดหมาย แต่ความสำเร็จของแต่ละคน รวมถึงแต่ละงานก็ต่างกันออกไป ในมุมของเป็ด ความสำเร็จของงานนี้คือ “พลังงานบวก” ที่เขาอยากส่งต่อให้เพื่อนร่วมวงการและใครก็ตามที่พบเห็น เพราะท้ายที่สุดแล้วสิ่งสำคัญที่คนขาดไม่ได้ ณ เวลานี้ก็คือความหวังว่าจะมีอนาคตที่ดีรออยู่   “ปกติเวลาทำงานก็จะมีตั้งเป้าหมายในด้านอารมณ์ไว้เหมือนกัน เช่น อยากให้คนที่เห็นตัวงานเราแล้วเกิดความรู้สึกอะไร อยากให้คนอ่านจำหนังสือเล่มนั้นด้วยความรู้สึกแบบไหน สำหรับงานนี้ก็อยากจะให้เป็นงานที่ทำให้คนมางานหรือคนที่มาร่วมจัดงานได้รู้สึกถึงบรรยากาศแง่บวก ส่งพลังให้มองออกไปข้างหน้า หลังจากที่ทุกคนต้องต่อสู้ดิ้นรนจากเรื่องโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ งานนี้อยากจะชวนคนหันมาเริ่มมองเห็นภาพในอนาคตว่ามันมีอะไรทิศทางไหนที่เราไปกันต่อได้อีก และมีความหวังจากงานดีไซน์ได้บ้าง”      ผลงานการออกแบบชิ้นอื่น ๆ ของเป็ด มีทั้งปกหนังสือ สิ่งพิมพ์ ปกซีดี และ Visual Identity   #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek #CoWithCreation

ทำไมต้อง Co With Creation ? เข้าใจแนวคิด Bangkok Design Week 2022

กลับมาพบกันอีกครั้งกับเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ประจำปีที่มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและส่งเสริมศักยภาพความคิดสร้างสรรค์มาโดยตลอด เทศกาลฯ ทำหน้าที่เป็นสนามปล่อยของของนักสร้างสรรค์และพื้นที่แห่งการสร้างเครือข่ายที่เชื่อมโยงนักออกแบบและผู้ประกอบการธุรกิจสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน รวมถึงชักชวนผู้คนมาตั้งคำถามและหาคำตอบกับประเด็นน่าสนใจที่ขับเคลื่อนสังคมและเมืองให้ก้าวหน้าด้วยงานออกแบบ เป้าหมายคือทำให้การออกแบบและความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องของทุกคน ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะคนในสายอาชีพออกแบบหรืออุตสาหกรรมสร้างสรรค์เท่านั้น   สำหรับปีนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาสำคัญที่โลกกำลังเผชิญคือผลกระทบจากโควิด-19 และเชื่อว่าในอนาคตก็จะยังคงมีความท้าทายใหม่ ๆ ที่ไม่มีใครคาดคิดรออยู่อีก นำมาซึ่งคำถามที่ว่า “อะไรคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เรารอดจากปัญหาปัจจุบันและปัญหาใหม่ ๆ ในอนาคต ?”   คำตอบที่ได้คือการ “Co” กัน และนั่นคือที่มาของแนวคิดของเทศกาลฯ ในปีนี้   ทำไมต้อง “Co” การเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ไว้ล่วงหน้าและหาวิธีอยู่กับความปกติใหม่อย่างเป็นสุข คือโจทย์หลักของโลกในปีนี้ ยิ่งความท้าทายมากเท่าไหร่ ยิ่งไม่สามารถแก้ได้ด้วยความเชี่ยวชาญของคนใดคนหนึ่งหรือส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการร่วมมือกันทำจากความเชี่ยวชาญและความคิดสร้างสรรค์ของศาสตร์ที่แตกต่างหลากหลาย ช่วยกัน “คิด สร้าง ทางรอด” บนโจทย์เดียวกัน เพราะนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครค้นพบและทำให้เกิดผลลัพธ์ใหม่ที่ไปไกลกว่าเดิม   เทศกาลฯ ปีนี้ “Co” กับอะไรบ้าง ? ในบรรดาความท้าทายที่รายล้อม สรุปเป็นประเด็นสำคัญของเทศกาลฯ ในปีนี้ออกเป็น 5 ประเด็นด้วยกัน   1.Co with Space การออกแบบพื้นที่เพื่อรับมือกับความท้าทาย ทั้งปัญหาโควิด-19 ในปัจจุบันและปัญหาใหม่ ๆ ในอนาคต สำรวจความเป็นไปได้ใหม่ของพื้นที่อยู่อาศัยในวันที่คนยังห่วงความปลอดภัย และนิยามที่เปลี่ยนไปของพื้นที่สาธารณะในวันที่คนเริ่มโหยหาการพบปะสังสรรค์และธรรมชาติ   2.Co with Mental Health ในวันที่สุขภาพจิตเป็นเรื่องใหญ่พอกับสุขภาพกาย การออกแบบจะช่วยเยียวยา หรือสื่อสารประเด็นเรื่องใจสู่กลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง เพื่อบรรเทาปัญหาทางใจที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมได้อย่างไร   3.Co with Eco เมื่อโควิด-19 เร่งปฏิกิริยาให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมหนักข้อเป็นทวีคูณ สิ่งที่เราต่างถามหาคือความคิดสร้างสรรค์เพื่อช่วยหาหนทางชะลอเวลาของวิกฤติให้ช้าลง และชดเชยให้กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้    4.Co with Culture จากการแช่แข็งสู่การหยิบจับวัฒนธรรมมาตั้งคำถาม ตีความ และนำเสนอใหม่ให้น่าสนใจ ใช้งานออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดทรัพยากรที่อยู่ใกล้ตัวที่อาจไม่เคยมีใครเหลียวมองและกำลังจะเลือนหายให้กลับมาเฉิดฉายและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจอีกครั้ง   5.Co with Future ในวันที่เทคโนโลยีกำลังจะเปลี่ยนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของเราในทุกมิติ ท่ามกลางความเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว เราจะนำความคิดสร้างสรรค์เข้าไปจับเพื่อต่อยอดโอกาสและสร้างความเป็นไปได้ใหม่ได้อย่างไร   และที่ขาดไปไม่ได้คือการ “Co” กับคุณ เพราะทุกคนคือคนสำคัญที่เทศกาลฯ ปีนี้อยากชวนมาร่วมสำรวจและออกไอเดียไปด้วยกันใน เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” ในวันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 นี้   #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek #CoWithCreation

เทรนด์เทคโนโลยีที่จะมาเปลี่ยนชีวิตเราในทุกมิติ

การตามให้ทันความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีแสนรวดเร็วในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ายิ่งเข้าใจเทคโนโลยีสมัยใหม่ดีแค่ไหน เราก็ยิ่งได้เปรียบในการแข่งขัน เพราะอนาคตอันใกล้สิ่งเหล่านี้จะยิ่งมีบทบาทกับชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น Virtual World โลกเสมือนที่เชื่อมต่อผู้คนทั่วโลกเข้าด้วยกัน การเกิดขึ้นของ Metaverse ที่ส่งผลต่องานสร้างสรรค์ในหลากมิติ NFT สินทรัพย์ดิจิทัลที่เปลี่ยนวิธีคิดที่คนมีต่อมูลค่างานศิลปะไปโดยสิ้นเชิง รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ อีกมากมายที่ส่งผลต่อศิลปะและงานออกแบบหลายแขนง วิกฤติโควิด-19 ทำให้ธุรกิจหลายประเภทชะลอตัวหรือถึงขั้นหยุดชะงัก แต่สำหรับวงการเทคโนโลยีบอกเลยว่าทุกอย่างกำลังพุ่งไปข้างหน้าไม่แผ่วไม่พัก เราจึงอยากชวนคุณมาอัปเดตกันหน่อยว่านาทีนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง   โลกเสมือนที่กำลังจริงขึ้นเรื่อย ๆ การเติบโตของอุตสาหกรรมเกมที่นับวันจะยิ่งมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เทคโนโลยีเกี่ยวกับ Digital Avatar พัฒนาตามไปด้วย จนทุกวันนี้โลกของเรามีอินฟลูเอนเซอร์เสมือน (Virtual Influencer) ที่เป็น AI ตบเท้าเข้าวงการกันมากมาย ทั้งยังมีหลากหลายธุรกิจที่มองหาความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ เช่น อุตสาหกรรมแฟชั่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความไวต่อเทรนด์เป็นที่สุด ย่อมไม่พลาดกระโดดเข้ามาร่วมจอย Virtual World ในรูปแบบต่าง ๆ กันอย่างคึกคัก เช่น  Levi’s ที่ออกแบบเสื้อผ้า 3D สุดเท่สำหรับอวตารในเกม QQ Dance และวางขายเสื้อผ้าจริงดีไซน์เดียวกันควบคู่ไปด้วย บอกเลยว่าเทรนด์นี้ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่กำลังเติบโตจริงจัง อย่าง Ravensbourne University London สถาบันด้านสื่อดิจิทัลและการออกแบบ เขาก็เปิดสอนสาขา Digital Technology for Fashion Pathway แล้วนะ ใครพร้อมลุยก่อนก้าวนำคู่แข่งไปอีกขั้นแน่นอน   โอกาสใหม่ในพรมแดน Metaverse  คำที่เราควรรู้จักไว้ในนาทีนี้คือ Metaverse ซึ่งคนแวดวงไอทีอาจพอคุ้นหูกันบ้างแล้ว แต่คำนี้มาบูมสุด ๆ ช่วงปลายปี 2021 เมื่อมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เจ้าพ่อ Facebook ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองภาพอนาคตไว้ว่าบริษัทของเขาต้องเติบโตไปไกลกว่าการเป็นแค่แพลตฟอร์มสื่อโซเชียล การขยับตัวของยักษ์ใหญ่ทำให้สปอตไลต์ฉายไปที่ Metaverse ทันที คำนี้ถูกผสมขึ้นมาจากคำว่า Meta และ Universe ใช้นิยามถึงการสร้างชุมชนที่ผสมผสานตัวตนในโลกจริงเข้ากับสภาพแวดล้อมในโลกเสมือน อย่างเช่น อาณาจักรในเกม Roblox ที่ผู้คนสามารถเข้ามาทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน การประชุม และมีจุดเด่นคือเป็นแพลตฟอร์มที่มีเครื่องมือสำหรับสร้างเกมให้ พื้นที่นี้จึงจุดประกายให้เกิดนักพัฒนาเกมหน้าใหม่ขึ้นมามากมาย   เวลานี้คนนอกวงการไอทีอาจเข้าใจคอนเซปต์ของ Metaverse ยังไม่ค่อยกระจ่างนัก แต่นักการตลาดที่มองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ เริ่มขยับตัวเปิดเกมรุกกันแล้ว แบรนด์กีฬาชื่อดังอย่าง Nike ก็เป็นบริษัทหนึ่งที่เคลื่อนไหวในสนามนี้ด้วยการสร้างโลกเสมือน Nikeland ขึ้นมาในเกม Roblox เป็นดินแดนที่มีสนามแข่งขันเกมต่าง ๆ และโชว์รูมให้ลองสวมใส่เสื้อผ้าดิจิทัลของแบรนด์ด้วย นอกจากนี้เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมายังมีรายงานว่า Nike ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพิ่มเติมสำหรับสินค้าดิจิทัลโดยเฉพาะ และประกาศรับสมัครงานตำแหน่ง Virtual Material Designer ด้วย ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างไร้ขีดจำกัดกำลังสร้างอาชีพใหม่ ๆ ขึ้นมามากมาย หากลองถามเด็ก ๆ ว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร?” คำตอบของเด็กบางคนอาจเป็นอาชีพที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนก็เป็นได้   NFT โลกใหม่ของการซื้อขายศิลปะ ในอดีตหากพูดถึงนักสะสมงานศิลปะ เราคงนึกถึงเศรษฐีที่มีบ้านช่องใหญ่โตและมีพื้นที่สำหรับจัดเก็บชิ้นงานโดยเฉพาะ แต่ทุกวันนี้การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทำให้การประเมินมูลค่าและกระบวนการสะสมงานศิลปะยุคใหม่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง การถือกำเนิดขึ้นของ NFT หรือ Crypto Art ทำให้ครีเอเตอร์และนักสะสมจากทั่วทุกมุมโลกสามารถเชื่อมต่อกันง่าย ๆ เพียงปลายนิ้ว ทั้งยังยกระดับวงการศิลปะให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยระบบ Blockchain ที่ช่วยยืนยันความเป็นเจ้าของงานศิลปะ ป้องกันการทำซ้ำดัดแปลง และยังตรวจสอบได้ว่างานชิ้นนี้สร้างขึ้นเมื่อไหร่ ปัจจุบันเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร ซื้อขายมาแล้วกี่ครั้ง ทำให้งานศิลปะดิจิทัลที่มีชิ้นเดียวในโลกสามารถเพิ่มมูลค่าได้มากมายมหาศาลผ่านการซื้อขายกันด้วยสกุลเงินดิจิทัล ที่ผ่านมามีมบนโลกออนไลน์บางชิ้นทำเงินได้เป็นหลักล้านบาทเลยทีเดียว ผู้ซื้องานศิลปะ NFT มีทั้งคนที่ชื่นชอบผลงานจึงอยากสนับสนุนศิลปินและต้องการรันวงการให้เติบโตไปข้างหน้า นอกจากนี้ยังมีนักเก็งกำไรจำนวนไม่น้อยที่เน้นซื้อมาขายไป และนำส่วนต่างมาเป็นทุนในการกว้านซื้องานศิลปะเพิ่มเติม NFT จึงนับเป็นอีกหนึ่งช่องทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่น่าจับตามองทีเดียว    AI คือนักสร้างสรรค์คนใหม่ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI คือการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสร้างเครื่องจักรขึ้นมาทำงานแทนมนุษย์ ที่เราคุ้นเคยกันดีก็เช่น หุ่นยนต์ปฏิบัติตามคำสั่งต่าง ๆ เทคโนโลยี AI สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกวงการ แม้กระทั่งสานต่อและคืนชีวิตให้กับเพลงคลาสสิกที่ยังแต่งไม่จบก็สามารถทำได้ เพลงที่ว่านั้นคือ ซิมโฟนีหมายเลข 10 ที่คีตกวีบีโธเฟนทิ้งโครงร่างไว้ก่อนจะเสียชีวิตในปี 1827 เวลาผ่านไปเกือบ 200 ปี สถาบัน The Eliette and Herbert von Karajan Institute ประเทศออสเตรีย ได้ระดมสมองจากผู้เชี่ยวชาญหลายแขนง ทั้งนักประวัติศาสตร์ดนตรี นักดนตรี นักประพันธ์เพลง และนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ให้ช่วยกันพัฒนาโปรเจ็กต์พิเศษเพื่อสอน AI แต่งเพลงคลาสสิกตามแบบฉบับของบีโธเฟน และสร้างสรรค์ซิมโฟนีหมายเลข 10 ขึ้นใหม่ โดยริเริ่มโปรเจ็กต์ตั้งแต่ปี 2019 และจัดแสดงรอบปฐมทัศน์ที่บ้านเกิดของบีโธเฟน เมืองบอนน์ ประเทศเยอรมนี ในเดือนตุลาคม 2021 ที่ผ่านมา (ฟังซิมโฟนีหมายเลข 10 ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=RESb0QVkLcM&t=21s) ทีมนักพัฒนาให้สัมภาษณ์ว่า พวกเขาไม่ได้มองว่า AI จะมาแทนที่มนุษย์ แต่มันคือเครื่องมือที่เปิดประตูให้ศิลปินสามารถสร้างสรรค์งานรูปแบบใหม่ ๆ ได้ ซึ่งเราเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง   ใจความสำคัญของการก้าวทันโลกดิจิทัล คือการอัปเดตความเคลื่อนไหวต่าง ๆ แล้วรู้จักหยิบจับเทคโนโลยีน่าสนใจมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ และอีกเรื่องที่อยากชวนขบคิดคือเราจะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างไร มาหาคำตอบไปพร้อมกันได้ที่เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 ภายใต้ธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” วันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565   #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek #CoWithCreation   อ้างอิง https://www.cnbc.com/2021/11/02/nike-is-quietly-preparing-for-the-metaverse-.html?utm_content=Main&utm_medium=Social&utm_source=Facebook&fbclid=IwAR0ev0RVT6XA5UtW6IFSPsDYgHb7KiqttCXcFLHRC9vQCl6kvtXUY1QHqzU#Echobox=1635869155 https://www.classicfm.com/composers/beethoven/unfinished-tenth-symphony-completed-by-artificial-intelligence/  

อยากขับเคลื่อนสังคมไปข้างหน้า อย่าแช่แข็งวัฒนธรรม

ปรากฏการณ์ทางสังคมที่น่าสนใจในช่วงเวลานี้คือมูฟเมนต์ของคนเจนใหม่ที่ลุกขึ้นมาตั้งคำถามท้าทายสังคมในหลายประเด็น แน่นอนว่ารวมถึงประเพณี ความเชื่อ และวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่มีมาแต่ดั้งเดิม เพราะวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่เลื่อนไหลและเปลี่ยนแปลงไปตามสังคม การจะรักษาวัฒนธรรมให้ยืนระยะอยู่ได้ยาวนานจึงไม่ใช่การคงสภาพเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด แต่ควรทำให้วัฒนธรรมยืดหยุ่นพร้อมปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย และเปิดพื้นที่ให้ความคิดของผู้คนเติบโต ผู้คนสามารถหยิบสิ่งเก่ามาปัดฝุ่น ตีความ หรือปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องไปกับสังคมได้ วัฒนธรรมนั้นจึงจะสามารถมีบทบาทในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เติบโตตามไปด้วย เช่นตัวอย่างที่เราหยิบยกมาต่อไปนี้   ล้าสมัยกลายเป็นล้ำ ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นจากการสั่งสมประสบการณ์ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวที่เราซึมซับ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ประเพณี ศิลปะ หลายอย่างที่ดูล้าสมัยกลับกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่หยิบจับมาเป็นไอเดียในการออกแบบได้อย่างไม่มีใครคาดคิด เหมือนอย่าง “หิมพานต์มาร์ชเมลโล่” ไวรัลดังทางโซเชียลช่วงปี 2020 ที่มีจุดเริ่มต้นจากการที่คนสังเกตเห็นว่ารูปปั้นสัตว์หิมพานต์บางวัดโดยเฉพาะแถบภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง ไม่ได้มีหน้าวิจิตรบรรจงมากนัก เพราะทำขึ้นง่าย ๆ ด้วยฝีมือช่างท้องถิ่นที่มีจิตศรัทธา ทว่าไม่ได้ร่ำเรียนวิชามาเหมือนช่างหลวง แต่มองไปมองมาก็น่ารักน่าเอ็นดูไปอีกแบบ ชาวเน็ตจึงกระหน่ำวาดแฟนอาร์ตน้อง ๆ กันอย่างคึกคัก และเกิดการต่อยอดนำไปผลิตเป็นคุกกี้ สติกเกอร์ พวงกุญแจ โมเดล ฯลฯ ที่ปลุกกระแสให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจการเที่ยวชมวัดวาตามรอยน้อง หรือบางคนอินถึงขั้นไปศึกษาความเป็นมาของสัตว์หิมพานต์เพิ่มเติมเลยก็มี ทุกวันนี้แม้กระแสจะไม่ได้แรงเท่าช่วงพีก แต่ในกรุ๊ปหิมพานต์มาร์ชเมลโล่ก็ยังมีคนนำภาพน้องตามที่ต่าง ๆ มาแบ่งปันกันอยู่เรื่อย ๆ และทำให้เราไม่หยุดที่จะสังเกตวัตถุดิบรอบตัวที่ดูธรรมดามาทำให้เกิดคุณค่าด้วยความคิดสร้างสรรค์   หยิบของใกล้ สร้างสรรค์ให้ไกล หนึ่งในฟังก์ชั่นสำคัญของความคิดสร้างสรรค์ คือการชุบชีวิตให้ของบางอย่างที่อาจไม่เคยมีมูลค่า กลับกลายเป็นมีมูลค่าทางเศรษฐกิจขึ้นมา โดยเฉพาะของที่เป็นวัตถุดิบและภูมิปัญญาเฉพาะตัวของท้องถิ่นที่ไม่ค่อยมีคนให้คุณค่าและกำลังจะเลือนหาย     ร้านค้าอย่าง Citizen of Nowhere คือร้านขายของดีไซน์ร่วมสมัย ด้วยสโลแกนที่ว่า “Artisanal Products made by local craftsmen” เน้นของที่ผลิตโดยวัตถุดิบท้องถิ่นหรือช่างฝีมือท้องถิ่นในประเทศไทย อย่างกระเป๋าถือที่นำ “สาดกก” ซึ่งเป็นภูมิปัญญาเฉพาะตัวของช่างในจังหวัดจันทบุรีมาอยู่ในดีไซน์ที่แสบสันและร่วมสมัย นอกจากจะทำให้เห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของภูมิปัญญาดั้งเดิม ยังช่วยกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่นอีกด้วย ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังไอเดียของร้านค้าที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ ศรัณย์ เย็นปัญญา นักออกแบบที่ถนัดการหยิบของใกล้ตัวที่เห็นได้ตามท้องถนนมาเล่าเรื่องใหม่ผ่านงานออกแบบที่หลากหลาย แต่มีจุดร่วมคือความแสบสันแกมน้ำเสียงประชดประชัน อย่างที่หลายคนอาจจะรู้จักเขาจากผลงาน “Cheap Ass Elites” ที่นำตะกร้าพลาสติกใส่ผลไม้ที่เห็นได้ตามตลาดสดมาดัดแปลงเป็นเก้าอี้ดีไซน์หรูนั่นเอง   สื่อบันเทิงสอดไส้วัฒนธรรมที่ทั้งปังและทำเงิน หากยังจำซีรีส์ดังอย่าง “แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง” กันได้ คงพอนึกออกว่าอิทธิพลของคลื่นวัฒนธรรมเกาหลีใต้จากซีรีส์เรื่องนั้น ขับเคลื่อนให้การท่องเที่ยวและวงการอาหารเกาหลีเฟื่องฟูมากขนาดไหน ตัดภาพมาในปี 2021 ซีรีส์จากเกาหลีใต้ยังคงเป็นเครื่องมือชั้นยอดที่สอดไส้วัฒนธรรมเกาหลีไปนำเสนอสู่คนทั่วโลกเช่นเคย และยังคงฟอร์มดีไม่มีแผ่ว    ซีรีส์อย่าง Squid Game ที่จู่ ๆ ก็ทำให้ขนมน้ำตาลแผ่นเก่าแก่ของเกาหลีใต้ที่ไม่มีใครเหลียวมองมาร่วมทศวรรษอย่าง “ขนมทัลโกนา” ให้กลับมาระเบิดระเบ้ออีกครั้งจนมีคนทดลองทำตามกันเต็มยูทูบ หรือซีรีส์ที่ฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง Hometown Cha-Cha-Cha เรื่องราวของหมอฟันสาวที่ตัดสินใจย้ายจากกรุงโซลไปอยู่กงจิน หมู่บ้านชายทะเลเล็ก ๆ ที่อบอวลไปด้วยความโรแมนติกและอบอุ่นของการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน นอกจากขายความอบอุ่นชวนฝันของตัวละครอย่าง “หัวหน้าฮง” ไปครองใจสาวทั่วโลก เนื้อหาของซีรีส์ยังช่วยผลักดันการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ให้ขยายออกไปนอกกรุงโซลที่กำลังอยู่ในจุดอิ่มตัว ซึ่งก็ดูจะประสบความสำเร็จไม่น้อย เพราะมีรายงานว่าช่วงวันหยุดชูซอก มีนักท่องเที่ยวแห่ไปเที่ยวเมืองโพฮังที่เป็นโลเคชันหลักของซีรีส์เรื่องนี้มากเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว    หากสนใจความเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในหลากหลายมิติ ต้องไม่พลาดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 ภายใต้ธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” วันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 เรามีงานออกแบบน่าสนใจที่นำวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่นมาตีความและนำเสนอใหม่ให้เลือกชมเพียบ รับรองว่าชิ้นงานสร้างสรรค์เหล่านี้จะทำให้คุณได้รับแรงบันดาลใจกลับไปเต็มเปี่ยมแน่นอน   #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek #CoWithCreation            

โควิดเร่งให้นักออกแบบยิ่งต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

ก่อนหน้านี้สังคมไทยตื่นตัวกันมากกับการลดใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งจนเกิดเทรนด์หลายอย่างขึ้น เช่น การพกถุงผ้าไปชอปปิ้ง ร้านรีฟิลที่นำขวดเก่าไปเติมผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ แต่พอเกิดการระบาดของโควิด-19 ความจำเป็นก็ทำให้เราสร้างขยะเพิ่มขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกจากการสั่งอาหารเดลิเวอรี่ หน้ากากอนามัยที่ก็ทำมาจากเม็ดพลาสติกเช่นกัน แน่นอนว่าสถานการณ์เหล่านี้ยากจะหลีกเลี่ยง แต่สิ่งที่เราพอทำได้คือการเลือกสนับสนุนผู้ประกอบการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม รวมถึงคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี เพื่อให้ง่ายต่อการกำจัดขยะติดเชื้อ และสามารถนำพลาสติกไปรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีแนวคิดอื่น ๆ ในอีกหลากหลายมิติที่ลงมือทำแล้วช่วยบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ มาดูกันว่ามีไอเดียและงานออกแบบอะไรน่าสนใจบ้าง   ไม่ต้องสวมใส่ก็ปังลงโซเชียลได้ ฟาสต์แฟชั่นคือกระบวนการผลิตเสื้อผ้าต้นทุนต่ำที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากมายมหาศาล ทั้งยังมีประเด็นแรงงานทาสที่ได้รับค่าตอบแทนไม่เป็นธรรมด้วย จึงมีหลายแบรนด์ที่พยายามลดการทำลายโลกด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น หันมาผลิตเสื้อผ้าจากวัสดุออร์แกนิก นำสินค้าเก่ามาดัดแปลงเป็นไอเท็มใหม่ นำวัสดุเหลือใช้มารีไซเคิล และบางแบรนด์ก็เลือกที่จะไม่ผลิตเสื้อผ้าออกมาซะเลย นั่นคือแบรนด์ Carlings จากนอร์เวย์ที่ค้นพบอินไซต์ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยชอบสั่งเสื้อผ้าออนไลน์เพื่อถ่ายรูปลงโซเชียลแล้วส่งคืน สร้างทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อมและความปวดหัวให้กับร้าน ทางแบรนด์เลยเกิดปิ๊งไอเดียในการขายเสื้อผ้า 3D ให้ลูกค้าสั่งซื้อออนไลน์แล้วส่งรูปพอร์เทรตมา เขาจะรีทัชเสื้อผ้าเก๋ ๆ เท่ ๆ ส่งกลับไปให้ แค่นี้รูปของเราก็พร้อมลงโซเชียลเรียกยอดไลก์โดยไม่ต้องเปลืองทรัพยากรในการผลิตและขนส่ง เป็นไอเดียที่กวนและสนุกจนได้รางวัล Grand Prix สาขา Digital Craft ในงาน Cannes Lions 2019   รักษ์โลกตั้งแต่เริ่มออกแบบ เมื่อพูดถึงการรีไซเคิล เรามักนึกถึงการนำขยะไปดัดแปลงเพื่อให้นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง แต่ตอนนี้กำลังมีแนวคิดใหม่ที่น่าสนใจคือ Circular Design ที่คิดมาตั้งแต่เริ่มออกแบบเลยว่าวงจรของผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้นจะถูกหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ยังไงได้บ้างให้ง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุด ตัวอย่างเช่น PaperLab ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Epson เป็นเครื่องถ่ายเอกสารที่ผลิตกระดาษรีไซเคิลได้ครบจบในตัว แค่ใส่กระดาษเก่าเข้าไปก็ได้กระดาษใหม่พร้อมใช้งานในเวลาเพียงไม่กี่นาที ควรมีติดออฟฟิศไว้เป็นอย่างยิ่ง   แนวคิด Circular Design สามารถนำไปปรับใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น ในอุตสาหกรรมแฟชั่น หากโฟกัสที่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว ก็อาจมีการเลือกใช้วัสดุบางอย่างที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือต้องผลาญทรัพยากรธรรมชาติเพื่อนำมาผลิต แต่ถ้าให้ความสำคัญกับการหมุนเวียนวัตถุดิบในระบบ โดยคิดตั้งแต่ต้นว่าเมื่อหมดอายุขัย เสื้อผ้าชิ้นนี้ต้องนำกลับมาหมุนเวียนผลิตสินค้าใหม่ได้ 100% เพื่อลดการใช้ทรัพยากรและไม่สร้างขยะโดยไม่จำเป็น แบบนี้ก็จะทำให้เกิดความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น   วิกฤตขยะสู่วัสดุทดแทน ในงาน Virtual Design Festival ปี 2020 จัดโดยกลุ่ม New Designers ประเทศอังกฤษ มีผลงานนักศึกษาหลายชิ้นที่น่าสนใจ หนึ่งในนั้นคือบรรจุภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากวัสดุชีวภาพกินได้ เป็นผลงานของ Holly Grounds บัณฑิตจาก Ravensbourne University ที่ทำห่อบะหมี่ขึ้นจากแป้งมันฝรั่งที่ผสมเครื่องปรุงลงไปเสร็จสรรพ เวลากินก็แค่เทน้ำร้อนใส่ลงไปไม่ต้องฉีกซองให้ยุ่งยาก และที่สำคัญคือไม่สร้างขยะด้วย ซึ่งจริง ๆ ไอเดียคล้ายกันนี้ก็มีคนไทยเคยเผยแพร่ออกมาอยู่เหมือนกัน เช่น นักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ค้นพบวิธีทำบรรจุภัณฑ์เครื่องปรุงจากเจลาตินหนังปลาเหลือทิ้งในโรงงานแปรรูป หรืออีกงานวิจัยหนึ่งของนักศึกษาสาขาวิชาวัสดุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ที่คิดค้นฟิล์มพลาสติกย่อยสลายได้จากใบสับปะรด เป็นนวัตกรรมที่ได้ประโยชน์สองต่อ ทั้งช่วยลดขยะพลาสติกและนำของเหลือทิ้งในระบบอุตสาหกรรมกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วย แม้จะยังไม่มีการนำไปปรับใช้ในธุรกิจขนาดใหญ่ เพราะต้องใช้ต้นทุนสูงในการลงทุนกับเทคโนโลยีใหม่ แต่สำหรับธุรกิจเล็ก ๆ ที่คล่องตัวกว่า นี่อาจเป็นไอเดียที่สามารถนำไปต่อยอดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกได้ไม่ยาก    “ฉลากคาร์บอน” สำคัญพอกับฉลากโภชนาการ ทุกวันนี้ความตระหนักเรื่องการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อนเป็นประเด็นใหญ่ที่คนทั่วโลกให้ความสำคัญ หลายแบรนด์จึงพยายามนำเสนอวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้ผ่านแคมเปญต่าง ๆ อย่าง Oatly บริษัทนมข้าวโอ๊ตยักษ์ใหญ่ที่สื่อสารว่าผลิตภัณฑ์จากพืชเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่านมวัว เพราะการเลี้ยงวัวเป็นตัวการที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ Oatly ยังสนับสนุนการทำเกษตรอย่างยั่งยืน รวมถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ง่ายต่อการรีไซเคิล และออกแคมเปญโชว์ “ฉลากคาร์บอน” ให้เห็นกันไปเลยว่า สินค้าแต่ละอย่างปล่อยคาร์บอนจากฟาร์ม โรงงาน และการขนส่งเท่าไหร่บ้าง เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจและชูจุดขายด้านความใส่ใจสิ่งแวดล้อม แบรนด์นี้จึงได้ใจผู้บริโภคไปแบบเต็ม ๆ แถมยังมีร้านกาแฟชื่อดังอย่าง Starbucks มาจับมือเป็นพาร์ตเนอร์อีกต่างหาก   ยังมีนวัตกรรมและงานออกแบบน่าสนใจอีกมากมายที่ตอบโจทย์เรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม สายกรีนทั้งหลายต้องไม่พลาดงานเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 ภายใต้ธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” ซึ่งกำลังจะจัดแสดงในวันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ มาค้นหาคำตอบและเรียนรู้ไปด้วยกันว่า โลกเรากำลังเผชิญความท้าทายอะไรบ้าง และงานออกแบบจะเข้าไปแก้ปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร   #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek #CoWithCreation   อ้างอิง https://www.canneslions.com/enter/awards/craft/digital-craft-lions/address-the-future-case-study https://www.epson.co.th/be-cool-paperlab https://www.dezeen.com/2020/07/13/holly-grounds-dissolvable-noodle-packaging-design    

เมื่องานออกแบบช่วยชุบใจที่พังหลังโควิด

การแพร่ระบาดยาวนานไม่จบสิ้นของโควิด-19 เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความสุขทางใจของผู้คนในสังคมถดถอย ไม่ว่าจะวัยรุ่น วัยทำงาน วัยเกษียณ ต่างเครียดสะสมกันทั้งนั้น เพราะต้องเผชิญกับปัญหารุมเร้าและวิตกกังวลกับข่าวร้าย นอกจากนี้ยังมีหลายคนสูญเสียสมาชิกในครอบครัว จนเกิดความบอบช้ำในจิตใจยากจะเยียวยา โดยในปี 2020 Gallup หน่วยงานที่สำรวจเรื่องอารมณ์ของประชาคมโลกมาอย่างต่อเนื่อง เผยว่าผู้คนส่วนใหญ่มีระดับอารมณ์แง่ลบสูงที่สุดเท่าที่เคยสำรวจมาในรอบ 15 ปี   อาการป่วยทางกายมักมีสัญญาณบ่งบอกให้รับรู้ได้ชัดเจน แต่อาการป่วยทางใจมักก่อตัวขึ้นช้า ๆ และสะสมอยู่ภายในโดยไม่รู้ตัว จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราต้องหมั่นเช็กอารมณ์ความรู้สึก และประคับประคองใจให้มั่นคงในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาอาชีพก็ได้พยายามหาหนทางปลอบประโลมสังคม ด้วยการผสานงานออกแบบเข้ากับศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อสร้างสรรค์รูปแบบการฟื้นฟูความสุขสงบทางใจของผู้คนให้เป็นไปได้รู้จบ ลองมาดูกันว่ามีนวัตกรรมใดน่าสนใจบ้าง   แอปดูแลใจที่เข้าใจหัวอกเรา สตาร์ตอัปเกี่ยวกับสุขภาพจิตได้รับการพัฒนามาพักใหญ่ และยิ่งเติบโตเป็นเท่าตัวในห้วงเวลาที่คนทั่วโลกเกิดความรู้สึกทางลบกันมากขึ้น นักวิจัยของ ORCHA เผยว่าในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 และการล็อกดาวน์ มีการใช้แอปสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นราว 200% โดยเหตุผลหลักที่หลายคนหันมาพึ่งพาแอปเหล่านี้คือเพื่อรองรับภาวะซึมเศร้าที่ทวีความรุนแรง และป้องกันการทำร้ายตัวเอง   มองผ่านเลนส์ของนักออกแบบและนักลงทุน แม้ตลาดเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพจะมีผู้เล่นมากมาย แต่ก็ยังมีช่องว่างของความเป็นไปได้ใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้เสมอ ยกตัวอย่างเช่น Exhale แอปฟื้นฟูสุขภาวะทางอารมณ์ที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงผิวดำ ผู้หญิงผิวสี ผู้หญิงพื้นเมืองโดยเฉพาะ ฟังก์ชันต่าง ๆ จึงเป็นการบำบัดด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงบาดแผลที่คนกลุ่มนี้ต้องเผชิญ เป็นพื้นที่ที่ผู้หญิงผิวสีสามารถวางใจได้ว่าการเดินทางภายในจิตใจของพวกเธอจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม Exhale ชนะรางวัล Webby Award ในหมวดหมู่ Apps and Software Health & Fitness 2021 และในอนาคตทีมผู้พัฒนายังมีแผนเปิดตัวแอปสำหรับคอมมิวนิตี้อื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย   ใจหนูโอเคไหมให้มอนสเตอร์ช่วยบอก มีการสำรวจพบว่าเด็กไทยเครียดและกังวลใจเพราะต้องเรียนออนไลน์มากถึงร้อยละ 74.6 และจากข่าวที่เห็นตามสื่อก็มีเด็กหลายคนเครียดจัดถึงขั้นตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ปัญหาสุขภาพจิตในเด็กก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ไม่แพ้ผู้ใหญ่เลย จึงมีความพยายามจากผู้ใหญ่หลายกลุ่มที่ช่วยกันหาหนทางเยียวยาเด็ก ๆ เหล่านี้ หนึ่งในนั้นคือโปรเจ็กต์ Meet Your Monster ผลงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์, Glow Story และทีมนักจิตวิทยา MASTERPEACE ที่นำเครื่องมือทางจิตวิทยามาปัดฝุ่นใหม่ให้ดูเป็นมิตร และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายง่ายขึ้น ด้วยการครีเอต “มอนสเตอร์” 4 ประเภทที่สะท้อนบุคลิกและความกังวลใจที่แอบแฝงอยู่ขึ้นมา เพื่อส่งต่อกำลังใจและช่วยให้เด็ก ๆ เข้าใจตัวเองดีขึ้น จะได้หาวิธีรับมือกับภาวะอารมณ์อย่างเหมาะสม   โปรเจ็กต์นี้เพิ่งได้รับรางวัลหมวด Creative for Sharing จากเวที Adman Awards & Symposium 2020-2021 มาหมาด ๆ วัยรุ่นทั้งหลายลองคลิกเข้าไปเช็กสุขภาพจิตเบื้องต้นกันได้เลยที่ https://meetyourmonster.paperform.co   บำบัดวิถีใหม่ ไม่ต้องจับไม่ต้องทัช Mindbody ศึกษาแนวโน้มการดูแลสุขภาพของชาวอเมริกันในปี 2021 พบว่า 31% สนใจลองใช้บริการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องสัมผัสตัวกันท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ตัวอย่างบริการในกลุ่มนี้ เช่น การบำบัดด้วยความเย็น บำบัดด้วยการกดทับ บำบัดด้วยไฮเปอร์บาริก ถ้ำเกลือ ห้องซาวน่าอินฟราเรด และอ่างลอยน้ำ ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ และเริ่มมีผู้ให้บริการมากขึ้นในประเทศไทยแล้วเช่นกัน   ในเมืองที่เต็มไปด้วยอะไรล้ำ ๆ อย่างนิวยอร์ก มีสตูดิโอชื่อ ReCOVER ที่เน้นผนวกเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับศาสตร์การฟื้นฟูสุขภาพ ก่อตั้งโดย Rick Richey และ Aaron Drogoszewski ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการฟิตเนสมากว่า 40 ปี พวกเขาเห็นช่องว่างระหว่างการสปาเพื่อผ่อนคลายและการกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟู จึงทดลองนำสองสิ่งนี้มารวมเข้าด้วยกัน และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เครื่องมือบำบัดสุขภาพจิตที่น่าสนใจคือ NuCalm ที่ช่วยลดความเครียด คลายความวิตกกังวล และปรับปรุงคุณภาพการนอน ด้วยกระบวนการกระตุ้นสมองควบคู่ไปกับซาวนด์แทร็กบำบัด เสริมสารบำรุงสมองกาบา และปิดตาเพิ่มความผ่อนคลาย ทำให้ร่างกายรู้สึกเหมือนได้งีบหลับลึก 2-3 ชั่วโมงภายในระยะเวลา 30 นาที ก่อนจะตื่นมาด้วยความสงบผ่อนคลาย   ฟื้นฟูใจทางไกล อยู่ที่ไหนก็ทำได้ การล็อกดาวน์ในช่วงโควิด-19 ส่งผลให้สถานที่หลายแห่งปิดทำการชั่วคราว แต่ความคิดสร้างสรรค์ของผู้คนต่างทำงานไม่เคยหยุดนิ่ง จึงมีโปรเจ็กต์น่าสนใจมากมายผุดขึ้นทั่วทุกมุมโลก ซึ่งเราขอหยิบยกบางส่วนมาเล่าสู่กันฟังดังนี้ โปรเจ็กต์แรกเป็นของ The Rubin Museum of Art ที่สร้างโปรแกรมการบำบัดวิถีพุทธขึ้นมาเยียวยาจิตใจผู้คน โดยนิทรรศการออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือคลิปวิดีโอห้องสวดมนต์ของพระทิเบตความยาว 2 ชั่วโมง ที่ทางมิวเซียมตั้งใจให้ผู้คนใช้เป็นที่หลบภัยมาทำสมาธิในยามเคร่งเครียดวิตกกังวล   โปรเจ็กต์ถัดมาเป็นของ Monterey Bay Aquarium ที่ชวนคนรักมหาสมุทรมาผ่อนคลายจิตใจและทำสมาธิผ่าน MeditOcean ซีรีส์คลิปวิดีโอความยาวประมาณคลิปละ 10-15 นาที ที่มีทั้งเสียงคลื่นซัดสาด แมงกะพรุนลอยน้ำ เต่าทะเลแหวกว่ายไปมา ฝูงปลากำลังเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ภาพสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลที่ถ่ายทอดอย่างมีศิลปะมองแล้วเพลิดเพลินชวนผ่อนคลาย ประกอบกับเสียงบรรยายนุ่มละมุนที่ช่วยไกด์เรื่องการฝึกสมาธิ เป็นอีกหนึ่งวิธีในการพาใจกลับสู่สภาวะสมดุล ซึ่งสามารถทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน มันจึงเวิร์กมากสำหรับช่วงกักตัว และเป็นไอเดียน่าสนใจสำหรับการนำไปต่อยอดสร้างสรรค์กิจกรรมออนไลน์ใหม่ ๆ ในอนาคต   หากสนใจศึกษาศาสตร์การบำบัดและเยียวยาจิตใจด้วยงานออกแบบให้ถึงแก่นยิ่งขึ้น ขอเชิญชวนมาร่วมชมงานเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 ภายใต้ธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” ซึ่งกำลังจะจัดแสดงในวันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ เรามีหลากหลายแง่มุมของงานออกแบบเพื่อเยียวยาสุขภาพจิตที่อยากชวนมาดูและ “Co” กันคิด เพื่อวางแผนรับมือกับความท้าทายในอนาคตด้วยใจที่แข็งแกร่งดุจหินผากันถ้วนหน้า !   #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek #CoWithCreation     อ้างอิง https://www.creativethailand.org/new/magazine/187/Design-to-De-stress https://www.facebook.com/EEFthailand https://www.exhalesite.com https://rubinmuseum.org/landing/rubin-care-package-art-and-practices-for-navigating-your-world https://www.montereybayaquarium.org/stories/guided-mindfulness-meditations  

เทรนด์การออกแบบพื้นที่ ในวันที่โควิดยังไม่มีวี่แววจะหาย

ห้วงเวลานี้หลายคนอาจยังวาดหวังถึงการกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมก่อนหน้าการระบาดของโควิด-19 แต่ความจริงแล้วโลกไม่มีวันหมุนย้อนกลับสู่ช่วงเวลานั้นอีกต่อไป และถึงแม้วิกฤตินี้จะผ่านพ้นไปได้ก็ยังมีความท้าทายใหม่ ๆ รอเราอยู่เบื้องหน้าอีกมากมาย การวางแผนมุ่งสู่ทางเดินใหม่ในอนาคตจึงเป็นประเด็นสำคัญที่นักออกแบบทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะแวดวงการออกแบบพื้นที่ทั้งระดับพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ ที่มีการชูเรื่องความปลอดภัย การลดจุดสัมผัส และการเว้นระยะห่างขึ้นมาเป็นโจทย์หลัก เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายโรคระบาด และเตรียมรับมือกับโรคอุบัติใหม่ที่อาจถูกค้นพบเพิ่มเติมในอนาคต เราจึงอยากชวนคุณมาสำรวจเทรนด์เกี่ยวกับพื้นที่กันสักหน่อยว่าตอนนี้มีความเป็นไปได้ใหม่ ๆ อะไรบ้างที่กำลังเกิดขึ้น     ย่อโลกทั้งใบมาใส่ไว้ในบ้าน ทุกวันนี้นิยามของบ้านในใจหลาย ๆ คนเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง จากเมื่อก่อนที่เรามีบ้านไว้พักผ่อนหลับนอนเป็นหลัก แต่ในช่วงเวลาที่การออกไปนอกบ้านยากลำบากและมีความเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อโรค หลายคนจึงหันมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในบ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ทำงาน ดูหนัง ช้อปปิ้ง ฯลฯ การออกแบบมุมโปรดในบ้านยุคใหม่จึงต้องลงลึกถึงไลฟ์สไตล์ที่แท้จริงของผู้อยู่อาศัยอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น มีมุมสำหรับออกกำลังกาย โรงหนังขนาดย่อม ครัวที่มีอุปกรณ์ครบครัน ห้องทำงานที่ส่งเสริมความโปรดักทีฟ เป็น Multifunctional Home ที่ตอบโจทย์ความต้องการของชีวิตอย่างรอบด้าน และช่วยจุดประกายความสุขในแต่ละวัน   นอกจากนี้ยังมีการสำรวจโดยลุมพินี วิสดอม บริษัทวิจัยและพัฒนาในเครือบริษัท LPN ที่ระบุว่า บ้านอัจฉริยะ หรือ Smart Residence มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 40% ต่อปี โดยบ้านเหล่านี้เป็นพื้นที่ที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์ทั้งในแง่ของการอยู่อาศัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้เพิ่มความทันสมัยสะดวกสบาย รวมถึงมีการออกแบบที่ส่งเสริมความปลอดภัยด้านสุขอนามัย เช่น มีระบบไหลเวียนอากาศที่ดี มีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ทำงานด้วยระบบเซ็นเซอร์ ประเด็นเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยุคหลังโควิดให้ความสำคัญมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด      มุมมองใหม่ของพื้นที่สาธารณะ นวัตกรรมการออกแบบพื้นที่สาธารณะให้ตอบโจทย์ความธรรมดานิยามใหม่ ไม่ได้หมายถึงการสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาเพียงอย่างเดียว แต่การนำ “การคิดเชิงระบบ” (System Thinking) มาปรับใช้ในการจัดสรรพื้นที่เดิมด้วยมุมมองใหม่ก็ถือว่ามีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน อย่างสวนโดมิโนพาร์ก (Domino Park) ย่านบรูคลิน กรุงนิวยอร์ก ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่แรก ๆ ของโลกที่ประชากรได้รับวัคซีนคุณภาพดีในสัดส่วนมากพอ จึงสามารถคลายล็อกดาวน์ให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติอีกครั้ง แต่ย้อนกลับไปในช่วงกลางปี 2020 ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในนิวยอร์กยังไม่อาจวางใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่จึงขีดเส้นวงกลมไว้บนพื้นหญ้าและออกกฎเกณฑ์ให้ทุกคนดื่มด่ำสายลมแสงแดดกันแบบห่าง ๆ ไม่ล้ำเส้นเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน เป็นอีกไอเดียหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของมนุษย์ที่ต้องการมีความสุขกับกิจวัตรประจำวัน แต่ก็ไม่ละเลยความรับผิดชอบต่อสังคมที่ต้องร่วมมือกันควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสให้ได้   อีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจในการออกแบบพื้นที่สาธารณะให้เราสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น คือโปรเจ็กต์ “Brief Encounters” ในฮ่องกง ที่พยายามตอบสนองความอยากมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันของผู้คนในพื้นที่สาธารณะ แต่ขณะเดียวกันความกังวลเรื่องโรคระบาดก็ยังมากโขอยู่ การพบปะกันของเราจึงควรมีฉากกั้นสักหน่อยเพื่อความอุ่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยนักออกแบบเลือกใช้โครงเหล็กและพลาสติกใสหลากสีมาประกอบเข้าด้วยกันในลักษณะคล้ายหีบเพลง เพื่อให้ง่ายต่อการขนย้ายไปติดตั้งตามที่ต่าง ๆ นอกจากนี้การจัดวางในรูปแบบที่คดเคี้ยวยังสร้างมิติใหม่ให้พื้นที่นั้นดูสนุกสนานมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ประกอบกับความโปร่งแสงของวัสดุที่มองทะลุถึงกันได้ ทำให้ผู้คนไม่ถูกปิดกั้นจากบรรยากาศรอบตัว นับเป็นอีกเทรนด์หนึ่งของงานออกแบบพื้นที่สมัยใหม่ในยุคโควิด-19 ที่เราจะได้เห็นงานลักษณะนี้เพิ่มมากขึ้นในอนาคตแน่นอน      ผสานธรรมชาติเข้ากับการออกแบบพื้นที่ การใช้ชีวิตในจังหวะเร่งรีบและไล่ตามเทคโนโลยีของโลกสมัยใหม่ตลอดเวลา ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่เร่งปฏิกิริยาความเครียดสะสม ทำให้มนุษย์เราต้องหาหนทางเยียวยาจิตใจกันอย่างเร่งด่วน การฟื้นฟูใจด้วยพลังธรรมชาติบำบัดและนำพื้นที่สีเขียวกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมือง จึงเป็นหนึ่งในเทรนด์งานออกแบบสถาปัตยกรรมแห่งอนาคตที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในยุคโควิด-19 เช่น โปรเจ็กต์ Skylines ของบริษัท Lissoni Casal Ribeiro ที่ได้รับรางวัลชมเชยในการประกวด Skyhive 2020 Skyscraper Challenge แนวคิดของงานออกแบบนี้คือการเนรมิต “สวนป่าแนวตั้ง” ขึ้นมาบนตึกระฟ้าใจกลางเมืองใหญ่ เพื่อใช้ประโยชน์จากต้นไม้ทั้งในแง่ฟังก์ชันการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยฟอกอากาศ และการหมุนเวียนพลังงานมาใช้ ส่วนอีกมิติหนึ่งก็แน่นอนว่าพื้นที่สีเขียวนั้นช่วยปลอบประโลมจิตใจมนุษย์ได้อย่างมากมายมหาศาล      ชุบชูเมืองด้วยความคิดสร้างสรรค์ หลังจากเมืองและเศรษฐกิจซบเซาไปนาน กลยุทธ์หนึ่งที่หลายเมืองในโลกทำเพื่อฟื้นฟูชีวิตชีวาของเมือง ชุบชูใจคน และกระตุ้นเศรษฐกิจ คือการนำงานออกแบบและความคิดสร้างสรรค์มาดึงดูดคน หลายประเทศกลับมาจัดนิทรรศการศิลปะอีกครั้ง โดยเฉพาะในรูปแบบ Public Art นำงานศิลปะไปจัดวางตามพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้คนออกมาใช้ชีวิต และเน้นจัดในพื้นที่เปิดโล่ง ไม่แออัด เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องโควิด เช่น การกลับมาจัดงาน Luma Festival เทศกาล Projection Mapping งานสร้างสรรค์ที่แต่งแต้มสถาปัตยกรรมด้วยแสง สี และแอนิเมชันน่าตื่นตาตื่นใจ บนเงื่อนไขใหม่คือจำกัดจำนวนผู้เข้าชมและเป็นไปตามมาตรการความปลอดภัย หรืองานศิลปะในพื้นที่สาธารณะอย่าง การห่อคลุมประตูชัยในกรุงปารีส 16 วัน ตั้งแต่ 18 กันยายนถึง 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ผลงานนี้เป็นไอเดียของคริสโต ศิลปินนักห่อหุ้มที่วางแผนจะทำโปรเจ็กต์นี้ร่วมกับภรรยามานานกว่า 60 ปี แต่เขาเสียชีวิตลงในปี 2020 หลานชายและทีมงานจึงเข้ามาช่วยกันสานต่อชิ้นงานสำคัญที่สร้างความเคลื่อนไหวให้แวดวงศิลปะในกรุงปารีสอีกครั้ง   เชื่อว่าอนาคตข้างหน้าเราคงได้เห็นงานออกแบบพื้นที่บนโจทย์ของโควิดและปัญหาใหม่ ๆ อีกมากมาย เพราะความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ทำงานไม่เคยหยุดนิ่ง อย่างเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 ที่กำลังจะจัดขึ้นภายใต้ธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” ในวันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 นี้ ก็เป็นอีกหมุดหมายหนึ่งในการโชว์ศักยภาพของการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมและการออกแบบพื้นที่ที่น่าสนใจเอามาก ๆ ควรค่าแก่การแวะเวียนมาเยี่ยมชมเป็นอย่างยิ่ง   #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek #CoWithCreation

2 ปีกับโควิด เปลี่ยนชีวิตเรายังไงบ้าง?

มองย้อนกลับไปในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เราทุกคนต่างถูกเงื่อนไขชีวิตบังคับให้ต้องปรับตัวในหลายมิติ เพื่อหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์โควิด-19 ให้ได้ พอสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ประชากรโลกเริ่มมีวัคซีนเต็มแขน ไวรัสร้ายก็กลายพันธุ์ส่งเจ้า Omicron มาทักทายให้ชาวโลกได้ตื่นตระหนกอีกระลอก ในภาพรวมจึงยังไม่มีคำตอบแน่ชัดว่าท้ายที่สุดแล้วสถานการณ์โรคระบาดนี้จะสิ้นสุดลงที่ตรงไหน แต่สิ่งที่เราทำได้ ณ วันนี้คือการเรียนรู้ที่จะปรับตัวเปลี่ยนแปลงเพื่อเอาชนะความท้าทายของชีวิตวิถีใหม่ที่รออยู่เบื้องหน้า วันนี้เลยอยากพาทุกคนกระโดดขึ้นไทม์แมชชีนไปรีวิวคร่าวๆ กันสักหน่อยว่าในช่วงเวลาสู้รบ 2 ปีระหว่างชาวโลกและโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2020 ถึงปี 2021 ที่กำลังจะจบลง เกิดวิถีชีวิตใหม่อะไรที่น่าสนใจบ้าง   บ้านกลายมาเป็นศูนย์กลางของชีวิต หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงมหึมาที่เกิดในช่วงโควิด-19 คือเราต้องอยู่ติดบ้านกันมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายคนจึงหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศภายในบ้านให้น่าอยู่และสอดรับกับวิถีชีวิตของตัวเองยิ่งขึ้น ตลาดสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ เช่น ต้นไม้ในร่ม เทียนหอมบำบัด หรือเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านจึงมียอดขายสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยข้อมูลจาก bangkokbiznews.com ระบุว่าช่วง 2 เดือนที่มีการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวดในปี 2563 ยอดสั่งซื้อสินค้าของอิเกียประเทศไทยเติบโตสูงถึง 320%   นอกจากนั้นยังส่งผลให้เกิดคอมมูนิตี้น่าสนใจในโลกออนไลน์ที่เกี่ยวกับการตกแต่งและดูแลบ้าน อย่างกลุ่ม ‘จัดโต๊ะคอม’ และ ‘งานบ้านที่รัก’ สะท้อนให้เห็นว่าหลายๆ ครอบครัวพยายามจัดสรรออกแบบการใช้พื้นที่ขึ้นมาใหม่ เพื่อใช้งาน ‘บ้าน’ ให้ตรงกับความต้องการของชีวิต และเหมาะกับการรับมือสถานการณ์โควิดในรูปแบบของตนเอง   ปัญหาทางใจใหญ่ไม่แพ้สุขภาพกาย ในเดือนสิงหาคม 2564 ช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างหนัก และพบยอดผู้ติดเชื้อหลักหมื่นรายต่อวัน มีการสำรวจพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามของกรมสุขภาพจิตมีแนวโน้มเสี่ยงฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นสูงถึง 10 เท่า! เมื่อเทียบกับการสำรวจในช่วงแรกที่มีการแพร่ระบาด โดยกรมสุขภาพจิตเผยข้อมูลว่าประชากรไทยมีภาวะเครียดสูง 45.5% เสี่ยงซึมเศร้า 51.5% เสี่ยงฆ่าตัวตาย 30.6% และมีภาวะหมดไฟ 17.6% สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาสุขภาวะทางใจในคนทุกช่วงวัยเป็นประเด็นสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ในสถานการณ์นี้          ทั้งยังมีการสำรวจพบในหลายประเทศว่าพนักงานออฟฟิศเครียดสะสมมากขึ้นจากการ Work From Home ที่มีตารางประชุมออนไลน์แน่นเอี้ยด ชาวออฟฟิศทั้งหลายจึงพยายามมองหาลู่ทางปรับตัวเพื่อการทำงานออนไลน์อย่างเป็นสุขมากขึ้น ซึ่งก็มีแคมเปญน่าสนใจจากเอเจนซี่ TBWA London ที่ออกแบบเว็บไซต์สนุกๆ สีสันจัดจ้านชื่อว่า soundtheexcuse.com ขึ้นมา โดยในเว็บไซต์จะมีเสียงรบกวนหลายรูปแบบ เช่น สัญญาณไฟไหม้ เด็กร้องไห้ ท่อน้ำแตก ฯลฯ ให้คนที่กำลังเครียดกับการประชุมสามารถเปิดดังๆ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างปลีกตัวจากการประชุมชั่วคราวได้ ซึ่งไม่ได้ทำออกมาแค่ขายขำ เพราะจริงๆ แล้วแคมเปญนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง TBWA กับ The Book of Man แพลตฟอร์มสื่อสำหรับผู้ชาย ที่ต้องการสื่อสารว่าหากเริ่มรู้สึกเครียดกับการทำงานจนกระทบสุขภาพจิตก็ควรพักเบรกเป็นระยะๆ ไม่ควรรอให้เกิดผลกระทบทางลบกับตัวเองหรือบริษัทซะก่อน เรียกว่า “พักหายใจ ไหวเมื่อไรก็ไปต่อ” ได้เลย   วิถีชีวิตใหม่ส่งผลให้ขยะเพิ่มขึ้น อุตสาหกรรมหนึ่งที่เติบโตอย่างมากในช่วงโควิด-19 คือธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่ ความสะดวกที่สร้างปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โดยมีการเก็บสถิติจากสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ พบว่า ในเดือนมกราคมถึงเมษายน 2563 ประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นถึง 60% จึงมีความพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการหันมาใช้ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ซึ่งเราคงเห็นผ่านตากันไปบ้างพอสมควรแล้ว   ข้ามไปที่วงการยักษ์ใหญ่อย่างวงการแฟชั่นของโลกเองก็มีการพยายามชูประเด็นหลีกเลี่ยง Fast Fashion เพื่อลดขยะเหลือใช้โดยไม่จำเป็น และหันมาคำนึงถึงการซื้อเสื้อผ้ามือสอง มองการใช้งานที่ยั่งยืนของเสื้อผ้ามากยิ่งขึ้น เพราะหนึ่งในปัญหาขยะใหญ่ๆ ของโลกนั้นเกิดจากอุตสาหกรรมที่เป็น Fast Fashion ไม่น้อย ในประเทศไทยเองก็ตื่นตัวเรื่องนี้สักพักแล้วเช่นกัน อย่าง MORELOOP เองก็เป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่มุ่งมั่นสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยการเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าเหลือใช้ หรืออย่างเพจ Fashion Revolution Thailand เองก็ชวนให้ทุกคนมา Swap! แลกเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองกับคนอื่นเพื่อค้นหาเสื้อผ้าชิ้นโปรดหรือแฟชั่นตัวใหม่ โดยที่ไม่จำเป็นต้องสร้างขยะใหม่ให้กับโลก   วัฒนธรรมคือสินค้าส่งออก หากพูดถึงแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง แน่นอนว่า Netflix คือเบอร์หนึ่งที่ทุกคนนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ โดยมีปรากฏการณ์น่าสนใจในช่วงโควิด-19 คือความโด่งดังไปทั่วโลกของซีรีส์ Squid Game ที่ทำให้เกิดกระแสเกาหลีฟีเวอร์ขึ้นมาอีกระลอกใหญ่ ตอกย้ำศักยภาพของ Soft Power เป็นคลื่นที่แผ่ขยายความนิยมในวัฒนธรรมเกาหลีไปสู่ชาวโลกและยังสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศเกาหลีอย่างมหาศาล เมนูอาหารเก่าแก่ของเกาหลีเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เสื้อผ้าในหนังกลายเป็นแฟชั่นไอเท็มที่คนตามหา แม้แต่เพลงจากการละเล่นเก่าแก่ของเด็กเกาหลีที่ปรากฏในหนังก็กลายเป็นเพลงฮิตที่คนฮัมตามกันได้ทั้งบ้านทั้งเมือง    เมื่อกระแสการนำเสนอวัฒนธรรมผ่านสื่อกลับมาบูมอีกครั้ง บวกกับการเติบโตของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่โตขึ้นเร็วมากๆ จากสถานการณ์ล็อกดาวน์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา (แพลตฟอร์มน้องใหม่อย่าง Disney+ Hotstar มีอัตราการเติบโตสูงถึง 210% ภายในระยะเวลาแค่ 2 ปี!) เราจึงคาดการณ์ได้ว่า ในอนาคตอันใกล้ จะเกิดการแข่งขันกันผลิตสินค้าส่งออกที่ชื่อ ‘วัฒนธรรม’ จากประเทศต่างๆ อย่างดุเดือดแน่นอน   โลกเสมือน vs. โลกจริง การเว้นระยะห่างทางกายทำให้เทคโนโลยีการสื่อสารรูปแบบต่างๆ และการสร้างโลกเสมือนเข้ามามีบทบาทกับชีวิตผู้คนมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างแอปพลิเคชันที่บูมสุดๆ เพราะโควิด-19 คือ Zoom ที่มีอัตราการเติบโตของยอดขายสูงถึง 326% ในปี 2563 และอีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือ Gather Town โปรแกรมประชุมออนไลน์ที่จำลองบรรยากาศออฟฟิศให้เราสร้าง Avatar เข้าไปทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนร่วมงานได้ นอกจากนี้ยังมีหลายโรงเรียนที่นำ Gather Town ไปดัดแปลงใช้กับการเรียนออนไลน์ด้วย นับเป็นนวัตกรรมการออกแบบที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย และส่งเสริมการใช้ชีวิตของผู้คนบนโลกดิจิทัลได้เป็นอย่างดี   และถ้าจำกันได้ในช่วงที่โควิด-19 ระบาดแรกๆ Animal Crossing เกมแนวจำลองวิถีชีวิตและสร้างชุมชน ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะตอบโจทย์เรื่องการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่น ทำให้พอคลายเหงาหายคิดถึงเพื่อนไปได้บ้าง ไม่ได้เจอกันในชีวิตจริง อย่างน้อยเจอกันในเกมก็ยังดี แต่ถ้าจะให้สนุกยิ่งไปกว่านั้นก็นัดกันไปเจอในคอนเสิร์ตเลยสิ! เพราะศิลปินฮิปฮอป Travis Scott เขาจัดคอนเสิร์ตเสมือน หรือ Virtual Concert ขึ้นในเกมออนไลน์ Fortnite ช่วงล็อกดาวน์ ช่างเป็นความพีกที่น่าติดตามว่าในอนาคตเราจะข้ามโลกไปทำกิจกรรมร่วมกันที่ไหนได้บ้างโดยไม่จำเป็นต้องขยับตัวออกจากบ้านเลยสักนิด          จากสิ่งที่เล่ามาทั้งหมดคงพอทำให้เห็นภาพว่าสถานการณ์ที่ยากลำบากและการพยายามปรับตัวเรียนรู้ชีวิตวิถีใหม่นั้นทำให้เกิดวิสัยทัศน์ใหม่ๆ เกิดงานออกแบบและนวัตกรรมที่มีประโยชน์มากมาย และเชื่อว่าในปี 2022 อันใกล้ที่เราอาจยังต้องอยู่กับโควิด-19 ต่อไปอีกสักพัก ก็น่าจะมีความท้าทายใหม่ๆ ให้เราได้ลองขบคิดสร้างสรรค์ทางออก คงมีเทรนด์ใหม่และนวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคตรอให้ค้นพบอยู่อีกไม่น้อย   แต่สำหรับใครที่อยากสำรวจความน่าสนใจหรืองานออกแบบใหม่ๆ ในปีนี้ที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อน เตรียมตัวให้พร้อมแล้วมาพบกับเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 ที่รวมงานออกแบบน่าสนใจมากมายภายใต้ธีม ‘Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด’ จะจัดแสดงงานในวันที่ 5-13 กุมภาพันธ์ 2565 นี้เท่านั้น ห้ามพลาดเลยด้วยประการทั้งปวง!   #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek #CoWithCreation       อ้างอิง https://www.bangkokbiznews.com/business/949194 https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=31154 https://www.cnbc.com/2021/04/19/1-in-4-workers-is-considering-quitting-their-job-after-the-pandemic.html https://www.bbc.com/news/business-56247489 https://www.soundtheexcuse.com    

BKKDW2022 ANNOUNCEMENT OF PARTICIPANT

ประกาศรายชื่อผู้ร่วมจัดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 SHOWCASE & EXHIBITIONพื้นที่เทศกาลฯ103PAPER SHOP11.29 x TOFU3minuteslab98.space98.spaceคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (อินทรธนู ฟ้าร่มขาว)AIBELLEANGOapercuAPITC.Art & Culture One BangkokBaan Boon BroomsBAGTOLOGYBaojai studioBlezzbluebangkokBodilessCHOB HANDICRAFTSCHYWAcollector projectCOTH studioCURFDe-selectedDesign And Objects AssociationsDesign Plant : ExpressDEWA & DEWI (DITP)EggwhiteEyedropper FillFASH22 (SWU CCI)Ging gaan baiGrains & GramsHansen House Jerusalem (Jerusalem Design Week)Hear & Foundhow.rare.happiness.isi.clay.youjarvisKAMILERTLIGHTING DESIGNERS THAILANDLive Life DetailLive 4 VivaLUKYANGMeekrasueNitanitarObjectOp-portunistosco techPhayanchanaPITCHAPTERPractical School of DesignSARNSARD STUDIOSee-Din Nature and Creative SpaceSilpakorn University, Faculty of Decorative Arts (หลักสูตรดุษฎีบัณฑิตศิลปะการออกแบบ หลักสูตรนานาชาติ)SK HOMESombat Prajonsant (ไหมมัดหมี่ลายพร่าเลือน)Speculative FuturesSTUX2SUMPHAT (เล่นเงา,โครงการออกแบบวัฒนธรรมบอนสีร่วมสมัย)SUPITTanithaTASTEBUD LABThai perfumersThe Empty DinnerThe eternal rosesTHEONZENThorrThrixeptVANZTER x BóncstudioVenzStyleYoungones Studio 1962The Origin PavilionAcademic Program: Special Project “READY – Made”คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์Faculty of Decorative Arts, Department of Interior Design, Silpakorn UniversityID ChulalongkornIDEA Programme, Faculty of ArchitectureChiang Mai UniversitySchool of Architecture, Bangkok University (Architectural Culture and Community Research Studio (ACCRS))Faculty of Decorative Arts, Silpakorn University (หลักสูตรดุษฎีบัณฑิตศิลปะการออกแบบ หลักสูตรนานาชาติ)School of Architecture, Art and Design, KMITLDepartment of Interior Design, KMITLพื้นที่ของตนเองคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร (นักศึกษารุ่นที่ 3 หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการออกแบบ)Art4C, Gallery and Creative Learning SpaceATTA GalleryAurum GalleryBDA (Bangkok Digital Agency)DoitungElton HouseEvent & Floral DesignFAAMAIFlower in Hand by P.INDAjacques-pierreJoJo CafeOggo Co.,LtdPattyPLAY SPACEPOCA.@RIGHTrosslyns’s art labTen FingersUrban Ally (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร)Urban Sustainability Lab (Shma Company Limited and Frasers Property Holdings Thailand)we!park (Experimental Lab park, Co-Community Hub)ช่องทางออนไลน์Regen DistrictsWandered————————————————— TALKพื้นที่ของตนเองSeize The DayUrban Ally (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร)UOU HAUSช่องทางออนไลน์Baramizi————————————————— WORKSHOPพื้นที่ของเทศกาลฯละมุนละไม. (Making zero waste coasters, Turn food waste into tableware collection)BIO BUDDYCircular Design LabPOP UP STOOLUrban catalogพื้นที่ของตนเองJOJO CafeMaLet’sPLAY SPACEUrban Ally (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร)ช่องทางออนไลน์Lukyang————————————————— EVENTพื้นที่ของตนเองคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ตลาดนัดสร้างสรรค์เกษตรศาสตร์)FabCafe Bangkok x EXOFOODNOSEstorySuph.oneช่องทางออนไลน์Pichet Klunchun Dance CompanyUrban catalog————————————————— CREATIVE MARKETพื้นที่เทศของเทศกาลฯAIBELLEaircraft colaAni.studioAround The CrepeBASIC TEEORYboribothcanyouhearcloudCASOCHECQO.DARK Candles BKKdeargod.iwillslenderGEMIOGLISTEN CRAFTHumeme studioitti-bitti jewelryJEWALEEJuno’s Junglekakkatoonkaptor storeKarameruKH EDITIONSkintaam icecreamKUSUMaddy Hoppermae ing shiboriMAKINDI TAKOYAKIMr.OmeletMY FRIADYNYMPHEARTp.a.a.n.studiopaliniPeeti.studioPhayanchanaPick a pigPLAYPurrcraftRESINDROMERin StudioSALETESentimadeshalomSmileLikeaFlower.SmithySmilesilverSOMETHING SIMPLESpirulina SocietyStranger&coThahomemadeVenacavaVenzZA BAR DO————————————————— PROMOTIONพื้นที่ของตนเองHEI JIIMaLet’s CafeSame Old DaysSeize The Day————————————————— ผู้เข้าร่วมจัดเทศกาลฯ ตามประกาศรายชื่อนี้ จะได้รับอีเมลเพื่อแจ้งรายละเอียดการยืนยันการเข้าร่วมฯ และช่องทางการติดต่อสื่อสารกับทีมงานเทศกาลฯ ภายใน 7 วันทำการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมจัดเทศกาลฯ ได้ที่program.bkkdw@cea.or.th(66) 2 105 7400 ต่อ 126, 136 (จันทร์ – ศุกร์ / 9.30 – 17.30 น.) #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek

BKKDW2022 Open Call

เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมจัดเทศกาลฯ วันนี้ – 20 ตุลาคม 2564   Bangkok Design Week 2022 (BKKDW2022) หรือ เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2565 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 13 กุมภาพันธ์ 2565 ภายใต้ธีม “Co With Creation คิด สร้าง ทางรอด” ด้วยการให้ความสำคัญกับ 3 เป้าหมาย คือ 1) การส่งเสริมนักสร้างสรรค์ได้มีโอกาสคิดและทดลองเพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตใหม่ 2) การสนับสนุนธุรกิจสร้างสรรค์และชุมชนในการสร้างรายได้ และ 3) การสร้างสีสันและชีวิตชีวาให้กับเมืองและผู้คนในย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย, สามย่าน, อารีย์-ประดิพัทธ์, ทองหล่อ-เอกมัย, พระนคร และพื้นที่อื่น ๆ ผ่านกิจกรรมทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์   BKKDW2022 จึงขอเชิญชวนนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการธุรกิจ ผู้ผลิต ศิลปิน หน่วยงาน และผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการนำเสนอศักยภาพใหม่ให้กับเมือง เพื่อร่วมกันคิด ร่วมกันทดลองไอเดียในการอยู่ร่วมกับ COVID-19 ให้เป็นปฐมบทของการคิด การค้นหาโอกาสในการต่อยอดไปสู่การสร้างวิถีชีวิตใหม่ที่ทำให้พวกเราได้เดินหน้าและเตรียมตัวสำหรับอนาคต    ผ่านการเสนอโปรแกรมตามรูปแบบที่จะเกิดขึ้นใน BKKDW2022 นี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงผลงาน (Showcase) การเสวนา (Talk) เวิร์กชอป (Workshop) อีเวนต์ (Event) ตลาด (Market) โปรโมชั่น (Promotion)   ผู้สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเทศกาลฯ สามารถดูรายละเอียด ได้ที่  https://bit.ly/BKKDW2022_ParticipationHandbook_TH    สมัครเข้าร่วมจัดเทศกาลฯ ได้ที่ https://apply.bangkokdesignweek.com/apply/ ตั้งแต่วันนี้ – 20 ตุลาคม 2564   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมจัดเทศกาลฯ ได้ที่  program.bkkdw@cea.or.th  (66) 2 105 7400 ต่อ 126, 136 (จันทร์ – ศุกร์ / 9.30 – 17.30 น.)   #BKKDW2022 #BangkokDesignWeek