TAKE A PEEK AT
PROGRAM HIGHLIGHTS
อัพเดทและเที่ยวชมงาน
Bangkok Design Week 2026 เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
Bangkok Design Week 2026 เริ่มต้นขึ้นแล้ว! ปีนี้มาพร้อมบรรยากาศความคึกคักจากพิธีเปิดเทศกาลฯ ในปีที่ 9 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “DESIGN S/O/S” สัญญาณของการ “ทำ/ให้/รอด” ที่มองการออกแบบเป็นเครื่องมือร่วมในการรับมือความท้าทายของเมือง เศรษฐกิจ และชีวิตร่วมสมัย ผ่านความร่วมมือของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายนักสร้างสรรค์ โดยพิธีเปิดในวันที่ 29 มกราคม 2569 ที่ TCDC กรุงเทพฯ ถือเป็นสัญญาณการเริ่มต้นของ BKKDW2026 ที่จะมาปลุกกรุงเทพฯ ให้เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ด้วยพลังแห่งการออกแบบ ภายใต้ 3 แนวคิดซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเทศกาล คือ Creative Talent แสดงศักยภาพของนักสร้างสรรค์, Design Business เชื่อมงานออกแบบกับโอกาสทางธุรกิจ และ The District กระตุ้นเศรษฐกิจภายในย่านด้วยงานออกแบบ โดยคาดว่าปีนี้เทศกาลฯ จะดึงผู้เข้าชมจากทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ไม่น้อยกว่า 400,000 คน และสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาทปีนี้ BKKDW2026 จัดงานทั่วกรุงเทพฯ ครอบคลุม 4 ย่านหลัก ตั้งแต่เจริญกรุง – ตลาดน้อย, พระนคร, ปากคลองตลาด และบางลำพู – ข้าวสาร รวมถึงอีกกว่า 140 จุดทั่วเมือง พร้อมนำเสนอโปรแกรมออกแบบหลายร้อยรายการจากนักออกแบบไทยและต่างชาติ ที่มาช่วยกันทดลอง ลงมือทำ และยกระดับบทบาทของดีไซน์ ให้กลายเป็นเครื่องมือ “ทำ/ให้/รอด” ไปด้วยกัน
29 ม.ค. BBBB
แจกคู่มือเที่ยวชมงาน Bangkok Design Week 2026
Bangkok Design Week 2026 กลับมาพร้อมการรวมพลังของผู้คน ที่ออกมาแชร์ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อช่วยเมือง ทำ/ให้/รอด จนกลายเป็นโปรแกรมหลากหลายที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ตลอด 11 วันเต็ม ผ่าน 6 โปรแกรมหลัก, 350+ กิจกรรม และ 140+ สถานที่ เปิดพื้นที่ให้ดีไซน์เข้าไปเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน ธุรกิจ และชุมชน พร้อมชวนเราออกเดินสำรวจเมืองในมุมใหม่ และมองเห็นว่าไอเดียเล็ก ๆ เมื่อมารวมกัน สามารถขยับเมืองให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างมีความหมายBangkok Design Week 2026 ปีนี้ ชวนทุกคนออกไปสำรวจ 4+1 ย่านสร้างสรรค์ทั่วกรุงเทพฯ ที่แต่ละพื้นที่มีคาแรกเตอร์ เรื่องเล่า และพลังของการออกแบบแตกต่างกันไป งานดีไซน์ กิจกรรม และโปรแกรมไฮไลต์ในแต่ละย่านยังคงฝังตัวอยู่กับบริบท ผู้คน และวิถีชีวิตของพื้นที่นั้น ๆ แบบจัดเต็ม ลองมาอ่านคอนเซปต์แล้วเก็บย่านที่ชอบไว้ในใจ จากนั้นก็เตรียมปักหมุด แล้วออกไปลุยเก็บไอเดียให้ครบทั้งเมืองกันได้เลย!📌รวมโปรแกรมย่านเจริญกรุง – ตลาดน้อยhttps://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program?nbh=280📌รวมโปรแกรมย่านปากคลองตลาดhttps://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program?nbh=50632📌รวมโปรแกรมย่านพระนครhttps://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program?nbh=49828📌รวมโปรแกรมย่านบางลำพู – ข้าวสาร https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program?nbh=106531📌รวมโปรแกรมย่านสร้างสรรค์อื่น ๆ https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program?nbh=284Bangkok Design Week เปิดพื้นที่ให้ดีไซน์ทำงานกับเมืองอย่างรอบด้าน ผ่าน 6 โปรแกรมหลัก ได้แก่ Exhibitor Program, Academic Program, International Program, Business Program, Local Community Program และ Lively Program ที่เชื่อมโยงผู้คน ความคิด และบริบทที่หลากหลายเข้าด้วยกัน ในตลอด 11 วันของเทศกาลฯ ทุกคนจะได้พบกับ 350+ โปรแกรมใน 140+ สถานที่ทั่วเมือง ครบรสตั้งแต่งานของนักออกแบบมืออาชีพ เวทีทดลองของนักศึกษา การแลกเปลี่ยนกับนักสร้างสรรค์นานาชาติ การต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจ การพัฒนาย่านร่วมกับชุมชน ไปจนถึงกิจกรรมสนุก ๆ ที่ชวนทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม โดยทั้งหมดนี้สะท้อนภาพรวมของดีไซน์ในฐานะพลังที่ค่อย ๆ แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวัน และร่วมขับเคลื่อนเมืองไปข้างหน้าอย่างมีความหมายกิจกรรมใน Bangkok Design Week 2026 เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วเมือง และยังมีอีกหลายโปรแกรมจากพาร์ทเนอร์ที่รอให้ทุกคนเข้าไปค้นพบ หากไม่อยากพลาดทุกความเคลื่อนไหว ลองแวะไปดูที่ Tag ใน Instagram ของ Bangkok Design Week (แท็บด้านขวาสุด) ที่รวบรวมโพสต์จากพาร์ทเนอร์แบบเรียลไทม์ ทั้งไอเดียใหม่ ๆ โปรแกรมน่าสนใจ และบรรยากาศงานจากหลากหลายมุมมอง ช่วยให้การเดินเทศกาลฯ สนุกขึ้น และเก็บกิจกรรมได้ครบแบบสบายใจมาลองสำรวจกันได้เลย: https://www.instagram.com/bangkokdesignweek/tagged/รวมเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การเดินสำรวจ Bangkok Design Week 2026 สนุกและไม่พลาดทุกไฮไลต์ไว้ให้ครบ ตั้งแต่เว็บไซจ์หลัก ฟีเจอร์วางแผนการเดิน แผนที่อินเทอร์แอ็กทีฟ ไปจนถึง LINE OA แค่เตรียมสิ่งเหล่านี้ติดมือ ก็พร้อมออกไปสำรวจเทศกาลได้อย่างลื่นไหลและคุ้มค่าตลอดทางรวมเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การเดินสำรวจ Bangkok Design Week 2026 สนุกและไม่พลาดทุกไฮไลต์ไว้ให้ครบ ตั้งแต่เว็บไซจ์หลัก ฟีเจอร์วางแผนการเดิน แผนที่อินเทอร์แอ็กทีฟ ไปจนถึง LINE OA แค่เตรียมสิ่งเหล่านี้ติดมือ ก็พร้อมออกไปสำรวจเทศกาลได้อย่างลื่นไหลและคุ้มค่าตลอดทางใครสายชาเลนจ์และอยากได้ของที่ระลึก อย่าลืมมาเล่นเกม Snap & Share แค่ถือแผ่นพับ ออกเดิน ถ่ายรูปกับผลงานหรือไฮไลต์ของแต่ละย่าน แชร์ลงโซเชียล แล้วแวะที่จุดประชาสัมพันธ์ ก็รับสติกเกอร์ทองคาแรคเตอร์ประจำย่านกลับไปสะสมได้เลยเดินงานแล้วไม่ต้องกลัวงงหรือหลงทาง เพราะ Bangkok Design Week 2026 มีจุดให้บริการข้อมูลเทศกาลฯ BKKDW INFO CENTER กระจายอยู่ครบทั้ง 4 ย่านหลัก ทั้งเจริญกรุง – ตลาดน้อย (อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง), พระนคร (ลานคนเมือง), ปากคลองตลาด (หน้า MRT สนามไชย ทางออก 5) และบางลำพู – ข้าวสาร (ห้างนิวเวิลด์) คอยช่วยแนะนำเส้นทาง โปรแกรม และข้อมูลต่าง ๆ ตลอดเทศกาลฯBangkok Design Week 2026 เดินทางสะดวกกว่าที่คิด ด้วยตัวเลือกการเดินทางฟรีที่ช่วยให้การเที่ยวงานลื่นไหล สนุก และต่อเนื่องตลอดทั้งเทศกาลฯ🚌BKKDW Shuttle Serviceรถรับส่งฟรีที่เชื่อมต่อย่านหลักของเทศกาล ช่วยให้การย้ายย่านเป็นเรื่องง่าย🚲Bike Bus by BUCA กิจกรรมปั่นจักรยานเป็นกลุ่ม สนุก ปลอดภัย และได้สัมผัสเมืองไปพร้อมกัน📱ViaBusแอปติดตามรถขนส่งสาธารณะและ BKKDW Shuttle Service แบบเรียลไทม์ดูข้อมูลการดาวน์โหลดได้ที่ www.viabus.co🛺 เดินทางสะดวก ด้วยพาร์ตเนอร์ด้านการเดินทางจาก Muvmi Muvmi Promotionผู้ใช้ใหม่: ลด 50% โค้ด BKKDWNEW (3 ครั้ง/คน)ผู้ใช้เดิม: ลด 10% โค้ด BKKDWMUV เฉพาะบริการ SAVER เท่านั้น (2 ครั้ง/คน)หมายเหตุ: ใช้ได้เฉพาะ รัตนโกสินทร์ สีลม และวงเวียนใหญ่เซฟภาพนี้เก็บไว้ได้เลย! เพราะไม่ว่าจะมาด้วยรถไฟฟ้า รถเมล์ นั่งเรือ หรือขับรถมาเอง เราก็ได้รวมทางเลือกการเดินทางและจุดจอดรถครบทั้ง 4 ย่านสร้างสรรค์มาแนะนำทุกคน ช่วยให้การวางแผนเที่ยว Bangkok Design Week 2026 เป็นเรื่องง่ายย่านเจริญกรุง – ตลาดน้อย คือ พื้นที่ประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เติบโตเคียงคู่กับถนนสายแรกของประเทศซึ่งตัดขึ้นตามแบบตะวันตก ก่อนพัฒนาเป็นย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ใช้การออกแบบเป็นพลังหลัก เชื่อมอัตลักษณ์ดั้งเดิมกับความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย เพื่อยกระดับทั้งธุรกิจ คุณภาพชีวิต และระบบนิเวศของย่าน📌รวมโปรแกรมย่านเจริญกรุง – ตลาดน้อยhttps://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program?nbh=280ติดตามเรื่องราวของย่านเจริญกรุง – ตลาดน้อย ได้ที่:▸ Charoenkrung Creative District > www.facebook.com/CharoenkrungCD▸ วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวย่านตลาดน้อย > www.facebook.com/taladnoijourney▸ สำนักงานเขตบางรัก > www.facebook.com/BangkokBangRakย่านปากคลองตลาด คือ ย่านการค้าประวัติศาสตร์ที่พัฒนาสู่ตลาดค้าขายดอกไม้ชื่อดังของไทย พื้นที่แห่งนี้อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบทางความคิด สีสัน รูปทรง และจังหวะชีวิตของผู้คน เปิดโอกาสให้นักสร้างสรรค์เข้ามาหยิบจับ ตีความ และต่อยอด เชื่อมโยงภูมิปัญญาของพ่อค้าแม่ค้ารุ่นเดิมเข้ากับพลังของคนรุ่นใหม่📌รวมโปรแกรมย่านปากคลองตลาดhttps://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program?nbh=50632ติดตามเรื่องราวของย่านปากคลองตลาด ได้ที่:▸ Humans of Flower Market : มนุษย์ปากคลองฯ > https://www.facebook.com/manuspakkhlongย่านพระนคร คือ ย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมและบรรยากาศดั้งเดิม การออกแบบเข้ามาชุบชีวิตอาคารและพื้นที่เดิมผ่านการใช้งานใหม่สำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์และธุรกิจขนาดย่อม สร้างการเปลี่ยนแปลงระยะยาวที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ ชุมชน และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน📌รวมโปรแกรมย่านพระนครhttps://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program?nbh=49828ติดตามเรื่องราวของย่านพระนคร ได้ที่▸ Urban Ally > https://www.facebook.com/UrbanAlly.SUย่านบางลำพู – ข้าวสาร คือ ย่านท่องเที่ยวที่ผสานวิถีชีวิตดั้งเดิมกับความร่วมสมัย สะท้อนชีวิตเมืองผ่านวัดเก่า อาคารดั้งเดิม ร้านรวง และวิถีของผู้คนที่ยังคงดำเนินต่อเนื่อง การออกแบบเข้ามาถอดรหัสเรื่องเล่าของพื้นที่ ให้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และชีวิตประจำวันกลายเป็นประสบการณ์ร่วมที่ทั้งคุ้นเคยและมองเห็นในมุมใหม่📌รวมโปรแกรมย่านบางลำพู – ข้าวสาร https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program?nbh=106531ติดตามเรื่องราวของย่านบางลำพู – ข้าวสาร ได้ที่:เสน่ห์บางลำพูhttps://www.facebook.com/sanaebanglamphuนอกจากย่านหลักแล้ว เทศกาลฯ ยังขยายสู่พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ อาทิ พร้อมพงษ์ บางโพ ศรีนครินทร์ สุขุมวิทใต้ สามย่าน–บรรทัดทอง หัวลำโพง บางกอกใหญ่–วังเดิม และจตุจักร พร้อมกิจกรรมและโชว์เคสจากศิลปิน นักสร้างสรรค์ และผู้ประกอบการ ที่ช่วยให้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์กระจายไปทั่วเมือง📌รวมโปรแกรมย่านสร้างสรรค์อื่น ๆ https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program?nbh=284ก่อนออกเดินเที่ยว Bangkok Design Week 2026 อย่าลืมแวะอ่านข้อตกลงเล็ก ๆ สักนิด เพื่อให้การเที่ยวชมราบรื่น สนุก และไม่รบกวนคนรอบข้าง เพราะทุกพื้นที่คือชุมชนที่มีผู้คนใช้ชีวิตอยู่จริง และการใส่ใจกันเล็กน้อยช่วยให้เทศกาลเป็นมิตรต่อทั้งชุมชนและเมืองด้วยเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 (Bangkok Design Week 2026) อาจมีการบันทึกภาพและวิดีโอตลอดเทศกาลฯ รวมถึงการเก็บข้อมูลการลงทะเบียนซึ่งอาจเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ประมวลผล และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ตามที่ได้ระบุไว้ด้านล่างนี้ ทั้งนี้ หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ระยะเวลาที่สำนักงานจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ วิธีการในการเก็บรักษา และมาตรฐานในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือเกี่ยวกับสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล ช่องทางและวิธีในการใช้สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิในการขอถอนความยินยอมของท่านได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว หรือติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงานได้ที่: dpo@cea.or.thอนึ่ง สำนักงานและทีมผู้จัดกิจกรรม จะนำภาพนิ่งและภาพวิดีโอสำหรับการประชาสัมพันธ์เทศกาลฯ และข้อมูลส่วนบุคคลของท่านสำหรับประสานงานการเข้าร่วมกิจกรรม “Bangkok Design Week” เท่านั้น หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ทาง hello.bkkdw@cea.or.thอ่านนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) เพิ่มเติม www.cea.or.th/th/privacy-policyBANGKOK DESIGN WEEK 2026DESIGN S/O/S ดูโปรแกรมทั้งหมดได้ที่ : https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program29 ม.ค. – 8 ก.พ. 2569 ที่ย่านเจริญกรุง – ตลาดน้อย, พระนคร, ปากคลองตลาด, บางลำพู – ข้าวสาร และพื้นที่อื่น ๆ
29 ม.ค. BBBB
Stormwater Planter Box กระบะต้นไม้ดูดซับน้ำฝน นำเสนอทางรอดในการแก้น้ำท่วมจากบ้านตัวเอง
ฝนตก รถติด น้ำท่วม ปัญหาวนลูปที่คนเมืองต้องนั่งชะเง้อรอรัฐบาลเข้ามาช่วยแก้ แต่ไม่แน่.. หลังจากนี้พวกเราอาจมีอีกหนึ่งทางรอดในการรับมือปัญหานี้ได้ด้วย Stormwater Planter Box หรือกระบะต้นไม้ดูดซับน้ำฝนโปรเจกต์นี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง Monash University จับมือกับทีมอาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อย่าง ดร.ชนิภรณ์ ธรรมพนิชวัฒน์, นายลิมปศิลป์ ศิริศักดิ์, นายปัญญพัฒน์ สมงาม, นายภคิน อนันตวัชกร, นางสาวทักษพร เพชรหลาย“ไอเดียตั้งต้นของโปรเจกต์นี้มาจาก Planter Box ซึ่งทำหน้าที่เป็นระบบรับน้ำ ช่วยชะลอน้ำก่อนจะไหลลงสู่ท่อหรือระบบสาธารณะ สิ่งนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการชวนเรามาร่วมออกแบบในโปรเจกต์นี้ โจทย์สำคัญที่เราได้รับคือ งานนี้ต้องเชื่อมโยงกับบริบทของ BKKDW และความเป็นไทยด้วย”เพื่อที่จะสร้าง ‘กระบะต้นไม้ดูดซับน้ำฝน’ ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบไทยๆ พวกเขาจึงตั้งต้นจากการออกไปสำรวจ จดบันทึก และถ่ายภาพ จนเริ่มเห็นแพตเทิร์นของสิ่งที่พบเจอได้บ่อยตามทางเท้าหน้าบ้านในกรุงเทพฯ ไมว่าจะเป็นม้านั่งหิน ใบปิดโฆษณา ตลอดจนรั้วเหล็กดัดสารพัดลวดลาย“ถ้าพูดถึงฟังก์ชันของสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทย ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ม้านั่งหินอ่อนหน้าบ้าน สิ่งที่น่าสนใจคือมันไม่ได้ถูกนั่งแค่โดยคนในบ้านเท่านั้น คนภายนอกก็สามารถแวะเวียนผ่านมานั่งได้ด้วย เราจึงหยิบสิ่งนี้มาประยุกต์ใช้กับงานออกแบบของเรา“อีกประเด็นหนึ่ง คือเรื่องขององค์ประกอบด้านความงาม (aesthetic element) ตรงนี้เราจะถอดแบบมาจากรูปลักษณ์ หรือสิ่งที่คนไทยเห็นแล้วเข้าใจได้ทันที เช่น ประตูเหล็กดัด องค์ประกอบเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในงานออกแบบของเรา โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพระนคร ซึ่งจะเห็นการใช้สีและลวดลายเฉพาะตัว”นอกจากฟังก์ชันการใช้งานและองค์ประกอบภายนอกแล้ว พวกเขายังจำเป็นต้องทำงานร่วมกับผู้คนในชุมชน เพื่อเก็บข้อมูลความคิดเห็นและนำมาพัฒนาชิ้นงานให้ตอบโจทย์มากที่สุด“อย่างแรกเลยคือเขาอยากให้มัน ‘ใช้งานได้จริง’ ไม่ใช่แค่ดีไซน์เท่หรือสวย แต่มันต้องมีฟังก์ชันที่คนในพื้นที่สามารถมาใช้งานจริง เช่น มานั่งเล่น มาคุยกัน ไม่ให้มันหลุดออกจาก urban practice ของชุมชนนั้นมากเกินไป เราจึงมีส่วนของโต๊ะที่สามารถใช้เป็นกระดานเล่นเกม อย่างเช่น หมากรุก หมากฮอส ที่คนในชุมชนคุ้นเคยกันอยู่แล้วได้ด้วย”และสำหรับใครที่ได้ผ่านมาที่หน้าร้านปัจฉิมลิขิต ในระหว่างเทศกาล BKKDW นอกจากจะสามารถมานั่งพัก พูดคุย หรือเล่นหมากฮอสได้แล้ว ยังสามารถไปเช็กอินบริเวณจุดดิสเพลย์ พร้อมทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการทำงานของ กระบะต้นไม้ดูดซับน้ำฝน ชิ้นนี้ได้อีกด้วย“เดิมทีบริเวณท้าเท้าตรงนั้นก็มีระบบท่อระบายน้ำอยู่แล้ว ซึ่งโดยปกติน้ำจากอาคารอาจจะไหลลงคลอง หรือไหลลงท่อระบายน้ำเลย แต่นวัตกรรมกระบะต้นไม้ดูดซับน้ำฝนนี้จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างอาคารกับคลอง เพื่อดูว่าเราจะลดผลกระทบในกระบวนการระบายน้ำได้อย่างไรบ้าง”ข่าวดีก็คือ หลังจบเทศกาลแล้ว กระบะต้นไม้ดูดซับน้ำฝน จะยังคงตั้งอยู่ให้เราแวะเวียนไปนั่งชิลกันได้อีกประมาณ 1 ปี เพื่อทดสอบการใช้งานและเก็บข้อมูลในระยะยาว เตรียมพร้อมสำหรับการต่อยอดงานออกแบบในอนาคต“อันนี้ก็เป็นความคาดหวังทั้งจากทีมเราและทีม Monash University คือเราอยากให้งานชิ้นนี้เป็น prototype ที่จะได้ต่อยอดไปสู่ชิ้นต่อไป และถ้าเกิดมันเรียงร้อยต่อกันไปได้ มันอาจจะทำได้ในระดับชุมชนที่เห็นเป็นหลายชิ้นมากกว่านี้ หรืออาจจะขยายไปได้ถึงระดับของย่านก็ได้“ในฐานะคนกรุงเทพฯ โซลูชันนี้เหมือนเป็นการเปิดแนวทางใหม่ จากเดิมที่คนไทยไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ในระดับปัจเจก แต่งานนี้เหมือนการเปิดโอกาสให้คนหนึ่งคน หนึ่งครัวเรือน หรือหนึ่งชุมชน สามารถนำโซลูชันนี้ไปใช้ในพื้นที่ของตัวเอง ถึงแม้มันอาจจะช่วยได้เพียงบางส่วน แต่มันก็อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ หลังจากนี้เราอาจจะเห็นอิมแพกต์ที่เกิดจากจุดเล็ก ๆ เหล่านี้รวมกันก็ได้”ดูข้อมูลเพิ่มเติมของ Stormwater Planter Box ได้ที่:https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program/150495
28 ม.ค. BBBB
Projecting Future Heritage: A Hong Kong Archive รวมภาพสารพัดตึกบนเกาะฮ่องกงในอดีต เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ที่จะกลายเป็น ‘มรดกแห่งอนาคต’
บนข้อจำกัดมากมายของพื้นที่เกาะฮ่องกง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนประชากรที่มีความหนาแน่นสูง สภาพอากาศร้อนชื้นตลอดเวลา ไหนจะสภาพสังคมและการเมืองในยุคหลังสงคราม การมีอยู่ของตึกรามบ้านช่องแต่ละแห่งในฮ่องกงจึงเต็มไปด้วยภูมิปัญญาและคุณค่าเชิงสถาปัตยกรรมProjecting Future Heritage: A Hong Kong Archive คือนิทรรศการหมุนเวียนที่รวบรวมเอาแบบร่างงานสถาปัตยกรรมฮ่องกงตั้งแต่ยุคหลังสงครามจนถึงยุค 1990 มาจัดแสดง เพื่อเน้นย้ำถึงคุณค่าและสร้างการยอมรับในฐานะ ‘มรดกแห่งอนาคต’นิทรรศการครั้งนี้ถูกริเริ่มขึ้นเพื่อจัดแสดงในงาน 2025 Venice Architectural Biennale ก่อนจะถูกย้ายมาจัดแสดงในกรุงเทพฯ สำหรับงาน Bangkok Design Week 2026 ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า “เราต้องการนำเสนออาคารธรรมดาๆ เหล่านี้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของฮ่องกงในเวทีระดับนานาชาติอย่างเวนิส เพราะปัจจุบันหลายแห่งกำลังหายไป แต่เราคิดว่าอาคารเหล่านี้มีคุณค่าเพราะแสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดในการก่อสร้างในพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูงของฮ่องกง” Dr. Ying Zhou ผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์นี้กล่าวถึงความตั้งใจของทีมทำงาน“และเรายังจัดแสดงผลงานเหล่านี้ที่เวนิสในรูปแบบ archive format อีกด้วย เพราะการคัดเลือกผลงานเหล่านี้มาบันทึกและเก็บรักษา จะช่วยเน้นย้ำถึงคุณค่าที่ถูกมองข้าม การยอมรับว่าสิ่งนี้มีคุณค่าเป็นก้าวแรกของการอนุรักษ์ เรากำลังนำสิ่งเหล่านี้มาที่กรุงเทพฯ เพื่อแบ่งปันทั้งเอกสารจดหมายเหตุ ซึ่งเป็นสื่อสำหรับการสื่อสารและการจัดแสดง และเนื้อหาของเอกสารจดหมายเหตุ ซึ่งมีความสอดคล้องกับอาคารยุคใหม่ในกรุงเทพฯ ด้วยเช่นกัน” Ar. Sunnie S.Y. Lau อธิบายถึง ‘มุมมองในเชิงการเก็บรักษา (Archival Lens)’ ที่นอกจากจะถูกใช้ในงานนี้แล้ว ยังได้มีการต่อยอดไปสู่พื้นที่ชุมชนที่ถูกลืมอีกหลายแห่งบนเกาะฮ่องกง“โครงสร้างเชิงพื้นที่แบบไม่เป็นทางการเหล่านี้ได้หล่อเลี้ยงสังคม เศรษฐกิจท้องถิ่น ตลอดจนสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นสิ่งที่มักจะไม่ปรากฏในการวางผังเมืองอย่างเป็นทางการ แต่โครงสร้างเหล่านี้จำนวนมากกลับถูกคุกคามจากการพัฒนาพื้นที่และการล้อมรั้ว เช่น Cha Kwo Ling หมู่บ้านในเมืองที่มีอายุอย่างน้อย 400 ปี นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราจำเป็นต้องเร่งบันทึกและการเผยแพร่เรื่องนี้ในระดับนานาชาติ เพื่อสร้างการยอมรับในฐานะ ‘มรดกแห่งอนาคต’“นิทรรศการนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อเก็บรักษาเรื่องราวของหมู่บ้านเหล่านี้ไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรักษาผ่านภาพวาด ภาพยนตร์ ประวัติศาสตร์ปากเปล่า หรือการสำรวจเชิงพื้นที่ ซึ่งจะช่วยชี้ให้เห็นถึงบทบาทของหมู่บ้านในฐานะแหล่งรวมภูมิปัญญาในชีวิตประจำวัน อันแสดงถึงความห่วงใยต่ออดีตและอนาคตอันหลากหลายของเมือง” “นอกจากนี้พวกเราก็มีแผนจะจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์ฉบับสมบูรณ์เพื่อบันทึกการเดินทางของโปรเจกต์ในครั้งนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ จากแนวคิดและการวิจัยในฮ่องกง ไปจนถึงการติดตั้งในเวนิส และการปรับเปลี่ยนเพื่อจัดแสดงในกรุงเทพฯ และเมืองอื่นๆ ที่จะตามมาอีกด้วย” คิวเรเตอร์ Ar. Sunnie S.Y. Lau ทิ้งท้ายดูข้อมูลเพิ่มเติมของ Projecting Future Heritage: A Hong Kong Archive ได้ที่:https://www.bangkokdesignweek.com/en/bkkdw2026/program/150457
28 ม.ค. BBBB
Thailand Creative House รวม 50 โชว์เคส เปิดพื้นที่เจรจาธุรกิจ เตรียมปิดดีลให้ดีไซเนอร์ไทยได้ส่งออกต่างประเทศ
หากคุณเดินเที่ยวชมงานออกแบบใน Bangkok Design Week 2026 จนจุใจแล้ว อย่าลืมไปสำรวจ 50 โชว์เคสของดีไซเนอร์ใน Thailand Creative House ที่นอกจากจะเปิดให้ผู้ร่วมงานเข้าไปช้อปปิ้งกันได้แล้ว ยังมีเซสชั่นการเจรจาทางธุรกิจกับคู่ค้าจากต่างประเทศอีกด้วย“ที่ผ่านมาใน Bangkok Design Week เราจะเห็นกิจกรรมด้านธุรกิจเกิดขึ้นอยู่เสมอ เช่น Creative Market ซึ่งปีที่แล้วจัดอยู่บริเวณ TCDC ชั้น 5 แต่ปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มี buyer จากต่างประเทศเข้ามาอย่างจริงจัง”ตั๋ง–ภควัต วงศ์ไทย นักพัฒนากลยุทธ์อุตสาหกรรมสร้างสรรค์อาวุโส สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) เล่าถึงพัฒนาการและเป้าหมายของ Thailand Creative House ในปีนี้“ก่อนหน้านี้เราเน้นเรื่องการโชว์เคส เพราะผู้ประกอบการหรือดีไซเนอร์ที่ทำสินค้า บางรายอาจจะมีชิ้นงานขนาดเล็กเมื่อเทียบกับ installation ใหญ่ๆ ทำให้การมองเห็นน้อยลง Thailand Creative House จึงพยายามรวบรวมโปรดักต์เหล่านี้ให้มาอยู่รวมกัน ทำให้คนมองเห็น และดึง buyer ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศเข้ามาเจรจาธุรกิจโดยตรง เพราะปีนี้เราพยายามจะทำให้เกิด Business Matching มากขึ้น”โดยภายในโปรแกรมนี้จะแบ่งย่อยได้เป็น 3 ส่วนคือ Showcase จัดแสดงสินค้าและบริการจาก 50 แบรนด์ ซึ่งเปิดให้ผู้ร่วมงานสามารถเข้ามาช้อปปิ้งสินค้าที่ชื่นชอบได้, Business Matching การเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ และสุดท้ายคือ Festival Tour for Business กิจกรรมทัวร์เทศกาลและเยี่ยมชมสตูดิโอสำหรับผู้ซื้อที่สนใจ“ในแง่การจับคู่ทางธุรกิจ เราเริ่มจากส่ง Business Directory ไปให้ทาง buyer ดูล่วงหน้า เพื่อให้เลือกว่าต้องการคุยกับใคร ในขณะเดียวกันทีมเราก็ช่วยจับคู่ให้ด้วย เพราะผู้ประกอบการทุกคนที่มาร่วมต้องได้ประโยชน์ ซึ่งทางเราสนับสนุนค่าเดินทางและที่พักให้กับทาง buyer และจะมีการจัดโต๊ะเจรจาธุรกิจจริงจังในระหว่าง Business Matching ทั้งหมด 2 วันเต็ม (5-6 กุมภาพันธ์) เป็น session ยาวตลอดวัน”สำหรับผู้เข้าชมงานทั่วไปก็ขอให้ติดตามเพจ BKKDW ไว้ให้ดี เพราะอีกเดี๋ยวก็จะมีการเผยแพร่ Business Direstory ออกมาให้ทุกคนได้ดูเช่นกัน เผื่อว่าใครอยากวางแผนช้อปปิ้ง หรือติดต่อซื้อขายในระดับ B2C กับเหล่าแบรนด์และดีไซเนอร์ในโชว์เคส“ส่วน Festival Tour for Business เกิดขึ้นเพราะเราอยาก กระจายโอกาสให้ Exhibitor รายอื่นๆ ด้วย เราดังนั้นหลังจากเจรจาธุรกิจและดูโชว์เคสแล้ว เราจะพา buyer ออกไปดูงานในพื้นที่อื่นๆ จัดรูททัวร์ขึ้นมาเพื่อให้เขาได้ไปดูธุรกิจหรือนักสร้างสรรค์ที่น่าสนใจ ซึ่งถ้ารายไหนสนใจสามารถติดต่อ exhibitor รายนั้นต่อได้เลยครับ”ท้ายที่สุดแล้ว งานออกแบบ ศิลปะ และธุรกิจ คือสิ่งที่แยกขาดจากกันไม่ได้ เพราะเรายังต้องการโอกาสในการต่อยอดกจากงานศิลปะจัดวาง งานประติมากรรม หรืองานออกแบบใดๆ ให้ได้เชื่อมต่อไปสู่ตลาดที่มีความต้องการตรงกัน“เพราะสุดท้ายแล้ว วงการจะรันได้ มันต้องอาศัยการแรงขับเคลื่อนจากภาคธุรกิจ ต้องมีรายได้ ต้องเกิดการจ้างงาน ซึ่งที่ผ่านมา CEA ก็เลยพยายามพัฒนากิจกรรมมาตลอด ปีนี้เราพยายามขยายกิจกรรมให้ใหญ่และกระจายตัวมากขึ้น ส่วนปีต่อไปก็มองเป็นแฟร์ขนาดใหญ่ เหมือน London Design Fair ที่เป็นส่วนหนึ่งของ London Design Festival ซึ่งพอมันเป็นแฟร์ปุ๊บ เราจะรู้เลยว่านี่คือด้านธุรกิจล้วนๆ สำหรับคนที่อยากต่อยอดงานไปสู่สเกลธุรกิจจริงๆ”ดูข้อมูลเพิ่มเติมของ Thailand Creative House ได้ที่: https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program/150559
26 ม.ค. BBBB
LongiPark 4 โมเดลพื้นที่สีเขียวขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ที่ออกแบบมาเพื่อ longevity ของคนเมือง
จะดีแค่ไหน ถ้าเมืองมีพื้นที่ให้เราได้นั่งเล่น เดินเล่น และคุยกันแบบไม่ต้องรีบ หากพื้นที่สีเขียวไม่ใช่แค่สวน แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยดูแลทั้งร่างกาย ใจ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว แนวคิดนี้เองที่ Shma อยากชวนทุกคนออกมาลองสัมผัส ผ่านโมเดลพื้นที่สีเขียวรูปแบบใหม่ทั้ง 4 แห่ง ใน Bangkok Design Week 2026 พื้นที่ทดลองที่ออกแบบมาเพื่อค้นหาคำตอบว่า เมืองจะน่าอยู่ขึ้นได้แค่ไหน หากเราออกแบบมันจากชีวิตจริงของคนเมืองโปรเจกต์นี้เริ่มต้นขึ้นจากเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ซึ่งรับรองพร้อมให้การสนับสนุนกับกรุงเทพฯ เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ (Bangkok City of Design, UCCN) ต่อมา CEA จึงได้เปิดรับข้อเสนอเกี่ยวกับการออกแบบพื้นที่สีเขียวเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตหรือระบบนิเวศของเมือง ซึ่งก็สอดคล้องกับภารกิจที่ Shma ทำมาโดยตลอด“ปัจจุบันคนพูดถึงเรื่อง longevity กันเยอะมาก ด้วยความท้าทายทางด้านสิ่งแวดล้อม ข้อกังวลเกี่ยวกับการมีชีวิตที่ทั้งยืนยาว สุขภาพดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย กลายเป็นสิ่งที่ยุคใหม่เองก็คอนเซิร์นกันมาก เราจึงเลือกหยิบเรื่อง longevity นี้มาผสานกับความต้องการ third place ในเมือง ออกมาเป็น LongiPark หรือ park ที่ส่งเสริมเรื่อง longevity”ยศพล บุญสม ภูมิสถาปนิกแห่ง Shma เล่าถึงไอเดียแรกเริ่มของ LongiPark ซึ่งพัฒนาต่อเป็น 4 คอนเซปต์ย่อยซึ่งเกิดจากการทำงานกับพื้นที่ในแต่ละย่าน“พื้นที่ที่เราโฟกัสจะอยู่ในเขตพระนครและย่านเจริญกรุง ซึ่งเป็นโซนที่มีพื้นที่สีเขียวน้อยอยู่แล้วเป็นทุนเดิม แต่ในขณะเดียวกันก็มีมิติของศิลปวัฒนธรรมผสมอยู่ ซึ่งนอกจากที่จะบอกว่ามันตอบโจทย์ชุมชน ตอบโจทย์เมืองแล้ว มันก็ควรต้องยืนระยะได้ มีคนใช้จริง มีคนดูแลจริง และก่อให้เกิดอิมแพกต์ “เราเริ่มจากการเข้าไปทำกระบวนการการมีส่วนร่วมกับคนในพื้นที่ เพื่อไปดูว่าจริงๆ แล้วชุมชนเขาต้องการอะไร อย่างลานคนเมืองมันร้อนมาก พื้นที่มีแต่ลานคอนกรีต มันจึงต้องมาปรับเปลี่ยนเรื่อง surface หรือ micro climate” ผลลัพธ์ที่ได้คือพื้นที่สีเขียว 4 แห่งที่แตกต่างกันทั้งในแง่ของตัวขนาด คอนเซปต์ และเป้าหมายในการทดลองประเด็นของเมืองที่แตกต่างกัน เริ่มจาก Long Rest & Heal พื้นที่ป่าขนาดย่อมใจกลางลานคนเมือง, Long Play & Learn สวนที่เล่นและเรียนได้พร้อมกันบนถนนอุณากรรณ, Long Chat พื้นที่พูดคุยที่อยากกระตุ้นปฏิสัมพันธ์ของคนในชุมชนโดยรอบบ้านเลขที่ 1 และ Long Share พื้นที่สีเขียวขนาดกะทัดรัดเพียง 5 ตารางเมตรในชุมชนโชฏีก “เราตั้งใจจะใช้ BKKDW เป็นพื้นที่ชวนคนเข้ามาทดลองใช้และขอความเห็น ว่าปัจจัยในการออกแบบที่เราเลือกมา อย่างการสร้าง micro climate การทำบรรยากาศลานคนเมืองให้ช้าลง อย่างนี้คนเขาชอบกันไหม มีความรู้สึกในการใช้งานเปลี่ยนแปลงไปไหม ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะทดสอบประเด็นที่แตกต่างกัน เราก็จะมีกิจกรรมประกบเข้าไปด้วยเพื่อขอฟีดแบ็กจากคนที่เข้ามาเยี่ยมชม แล้วเอาไปพัฒนาต่อเป็นตัวต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ ของเมืองต่อไป“ความท้าทายหนึ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้คือ third place มันไม่ได้เป็นแค่เรื่องของกายภาพอย่างเดียว มันเป็นเรื่องของการพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไปคู่กัน ดังนั้นระยะเวลาไม่กี่วันในช่วงเทศกาล BKKDW จึงยังไม่สามารถคอนเฟิร์มได้ว่ามันสำเร็จหรือไม่ เพราะมันเป็นสิ่งที่ต้องทิ้งระยะ คนต้องไปซ้ำ มีกิจกรรมซ้ำๆ มันก็จะเริ่มคุ้นเคย นี่คือสิ่งที่เราน่าจะต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน”หลังจบงาน BKKDW ไปแล้ว 2 ใน 4 ของโปรเจกต์ LongiPark จะถูกเก็บไว้สำหรับการใช้งานจริงคือ Long Chat บริเวณบ้านเลขที่ 1 และ Long Play & Learn บริเวณถนนอุณากรรณ ซึ่งเปิดให้ทุกคนสามารถแวะเวียนไปเยี่ยมชมได้ในระยะยาว“สิ่งนี้จะได้ลบภาพพื้นที่สาธารณะเดิมๆ ที่เราเคยเห็น อย่างความเป็นสวนนี่มันพูดได้หลากหลายเลยนะ พูดเรื่องระบบนิเวศ สุขภาพ เด็ก พูดได้ทุกเรื่อง ทำให้คนเห็นภาพว่าพื้นที่สาธารณะมันเป็นอะไรก็ได้ไม่ใช่แค่สวนสำหรับออกกำลังกายหรือแค่ปิกนิกอย่างเดียว มันอาจเป็นฟาร์มก็ได้ เป็นป่าก็ได้ เป็นอะไรก็ได้ถ้าเราหากระบวนการออกแบบของมันให้เจอ”ดูข้อมูลเพิ่มเติมงานของ Shma ใน Bangkok Design Week 2026 ได้ที่: https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program
26 ม.ค. BBBB
ชมนิทรรศการ ฟังทอล์ก และเช็กอินแลนด์มาร์กใหม่ เจาะลึกเบื้องหลังงานดีไซน์เพื่อส่งต่อมรดกของกรุงเทพฯ
หากคุณกำลังมองหางานที่ดูได้ ฟังได้ เดินเล่นได้เพลิน ๆ และยังอัดแน่นด้วยแรงบันดาลใจและความรู้แบบครบ ๆ Central Park: Design for Bangkok คืองานที่ไม่ควรพลาด เพราะนี่คืองานที่ชวนทุกคนเจาะลึกเบื้องหลังการออกแบบพื้นที่ที่ถักทอขึ้นจาก ‘จังหวะ’ ของกรุงเทพฯ ตั้งแต่มรดกของโรงแรมดุสิตธานี ไปจนถึงการก่อร่างแลนด์มาร์กใหม่ใจกลางเมือง ผ่านนิทรรศการ งานทอล์ก และกิจกรรมสร้างสรรค์ พร้อมมุมเช็กอินที่ทำให้การเรียนรู้สนุกและจับต้องได้แรงบันดาลใจของ Central Park: Design for Bangkok เกิดจากการมองเห็นจังหวะที่หลากหลายของกรุงเทพฯ และความเป็นไปได้ในการนำสิ่งเหล่านั้นมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ความคึกคักของย่านสีลม ความสงบของสวนลุมพินี ไปจนถึงมรดกทางวัฒนธรรมและความทรงจำของโรงแรมดุสิตธานี แนวคิดนี้ถูกขับเคลื่อนโดย คุณณอต–คุณายุธ เดชอุดม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสินทรัพย์ Central Park ซึ่งมองว่าแลนด์มาร์กแห่งใหม่นี้ไม่ควรเป็นเพียงโครงการอสังหาริมทรัพย์ แต่ควรเป็นพื้นที่ที่สะท้อนคุณค่าของเมือง เชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านกระบวนการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ผู้คน และบริบทโดยรอบนั่นเองจึงเป็นที่มาของโปรแกรม Central Park: Design for Bangkok ที่ประกอบไปด้วยองค์ประกอบถึง 3 ส่วนหลักได้แก่ Design Talk: Designing the Future of Bangkok ในวันเสาร์ที่ 31 มกราคม บอกเล่าเบื้องหลังของโปรเจกต์นี้แบบครบถ้วนในทุกมิติ ตั้งแต่ระดับวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ไปจนถึงการออกแบบจริงในมุมมองของสถาปนิก ดีไซเนอร์ และศิลปินExhibition: Exploring the City Through Design สื่อสารแนวคิด กระบวนการออกแบบ ความตั้งใจในการสร้างสวนเพื่อคนกรุงเทพฯ ผ่านนิทรรศการที่แบ่งเป็น 3 โซนย่อยคือ Build Your Central Park หยิบความเป็นไปได้มาสร้างเป็นเซนทรัล พาร์คในแบบของคุณ, Central Park Passport ตามหาแนวคิดการออกแบบที่ซ่อนอยู่ พร้อมสะสมตราประทับในแต่ละจุดลงบนพาสปอร์ต, Breathe the Park สำรวจพันธุ์ไม้ที่ถูกคัดสรรมาไว้ในสวนเพื่อประกอบกันเป็นเครื่องฟอกอากาศเล็ก ๆ ของกรุงเทพฯThe Landmark: Heritage in Motion ผลงานประติมากรรมขนาดสูง 7 เมตร โดย Infinite Riot หนึ่งในศิลปินชาวไทย ที่รวบรวม DNA การออกแบบของ Central Park ไว้ในที่เดียว ซึ่งบางส่วนจะมีการ live painting โดยศิลปินอีกด้วยในมุมของการสื่อสาร พิ–พิริยะ กุลกาญจนาชีวิน Co-Founder & Story Curator at Glow Story ผู้อยู่เบื้องหลังการถ่ายทอดเรื่องราวในโปรเจกต์ Central Park: Design for Bangkok ครั้งนี้ เขามองว่างานนี้ไม่ได้ตั้งใจเล่าเพียงเบื้องหลังของโครงการ หรือชี้ให้เห็นว่าโครงการนี้ ‘ดีแค่ไหน’ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการขยายความหมายของพื้นที่ให้กว้างออกไปกว่านั้น“เราอยากสื่อให้เห็นว่าพื้นที่ตรงนี้ในอนาคต จะเป็น canvas ให้ศิลปินคนอื่น ๆ ได้เข้ามาสร้างสรรค์ต่อ จึงเป็นเหมือน statement ว่าที่นี่จะเปิดรับการสร้างสรรค์ต่อยอด อย่างจริงจัง“ในมุมของผมเอง ความน่าสนใจคือโปรเจกต์นี้เปลี่ยนความหมายของที่นี่ไปจากเดิม คนกรุงเทพฯ ทุกวันนี้บางทีก็เบื่อห้าง แต่พอเราได้อยู่กับโปรเจกต์นี้จริง ๆ มาประมาณ 2-3 เดือน เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่การสร้างห้างเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง แต่มันคือการ รักษา ตีความ และต่อยอดพื้นที่ สำหรับผมที่นี่เหมือน living museum ที่คุณสามารถใช้ชีวิตอยู่ในนั้นได้จริง จะกิน จะดื่ม จะนั่งคุย จะวิ่ง จะนอนเล่นในสวนก็ทำได้หมด”และด้วยจังหวะเวลาที่เหมาะสมของ Bangkok Design Week ที่เข้ามาในช่วงที่โครงการ Dusit Central Park เพิ่งเปิดได้ไม่นาน พิริยะมองว่านี่คือโอกาสสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เข้ามารับฟังเบื้องหลังของกระบวนการออกแบบอย่างแท้จริง“โปรเจกต์แบบนี้ไม่ได้เกิดบ่อยในประเทศไทย ถ้าองค์ความรู้หยุดอยู่แค่คนทำงาน มันก็น่าเสียดาย Bangkok Design Week เป็นจังหวะที่ดีมาก โปรเจกต์เพิ่งเปิดได้ไม่นาน คนยังไม่เยอะ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการ ‘ฟังเบื้องหลัง’ และเมื่อองค์ความรู้กระจายออกไป ถ้าเรามีโปรเจกต์ที่คิดเรื่องเมือง คิดเรื่องคน แบบนี้เพิ่มขึ้นอีก ผมว่ามันทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ถูกออกแบบได้ดีขึ้นจริง ๆ”ดูข้อมูลเพิ่มเติมของ Central Park: Design for Bangkok ได้ที่:https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program/153824
25 ม.ค. BBBB
Something to Stay_____On สนุกกับ “ความเป็นไทย” ฉบับตีความใหม่ กับ 17 ผลงานนักศึกษาที่ EM DISTRICT
จำลองฟุตบาธไทยมาไว้บนสกายวอล์ก กระดานหมากฮอสยักษ์สำหรับทุกเพศทุกวัย ไหนจะปลาบู่ตัวยักษ์ที่ให้เราเข้าไปนั่งเล่นได้ เหล่านี้คือส่วนหนึ่งจาก Academic Program ภายใต้คอนเซปต์ ‘Something to Stay_____On’ ที่ EM DISTRICT จับมือกับ BKKDW และ The Head and The Heart Studio ปลูกปั้นขึ้นมา“ปีนี้เป็นปีที่สองแล้วที่เราได้ร่วมงานกับ BKKDW ซึ่งเราตั้งใจที่อยากส่งเสริมศักยภาพของคนรุ่นใหม่ ในฐานะพื้นที่ที่คนรุ่นใหม่เข้ามาใช้ชีวิตกันมากพอสมควร เราก็เลยมองหาเด็กๆ นักศึกษามหาวิทยาลัยที่กำลังเตรียมความพร้อมสู่การเป็นศิลปินในอนาคต” ตาล-นพวรรณ ทองมาลัย กล่าวถึงความตั้งใจเบื้องหลังการร่วมงานในครั้งนี้ พร้อมทั้งเล่าให้ฟังถึงความเปลี่ยนแปลงในปีที่สอง “งานนี้ไม่ได้จัดเป็นการแข่งขัน แต่ทำให้เป็น showcase ของเขา โดยเราจะคอยผลักดัน โปรโมต ให้เขาได้สะสม portfolio ด้านการจัดแสดงผลงานในพื้นที่พับลิก เพราะงานนี้เราจัดแสดงกระจายตัวไปทั่วทั้ง EM DISTRICT ตั้งแต่สถานี BTS พร้อมพงษ์ เชื่อมมาบนสกายวอล์ก ยาวจนถึง Emsphere ซึ่งมีผู้ชมจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาทุกวัน“ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่าในทุกผลงานในปีนี้เขาจะมีการเบลนด์เรื่อง ‘ความเป็นไทย’ เข้าไปในโจทย์ด้วย เป็นโจทย์ที่เราตั้งใจสอดแทรกเข้าไป กับอีกเรื่องคือการเลือกใช้วัสดุที่ยั่งยืน ล้อไปกับแกนธีม S/O/S ของ BKKDW ในครั้งนี้”นั่นเองคือที่มาของตุ๊กตาล้มลุกตัวใหญ่ที่ได้แรงบันดาลใจจากไอติมโบราณ หรือประติมากรรมแม่ไก่ตัวโตที่ออกไข่ได้จริงๆ!“จากโจทย์ Something to Stay_____On ในปีนี้ เราพยายามเปิดกว้างในแง่การตีความมากขึ้น และเน้นไปที่ฟังก์ชันการใช้งาน หรือสร้างการมีส่วนร่วมให้กับผู้ชมแทน บางคนเขาก็นำเสนอเป็นพื้นที่ให้ผู้คนเข้ามาผ่อนคลายก็ได้ หรือมาปลดปล่อยจินตนาการก็ได้ เนื้อหาที่ได้จึงออกมาสนุกสนานเข้มข้นมากขึ้น” ตาลเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของโจทย์ในปีนี้ ประกอบกับการปรับวิธีการรับสมัครเป็น open call ทำให้ผลงานในปีนี้มีความหลากหลายมากขึ้น และมีสัดส่วนของนักศึกษาปี 1 และ 2 เข้าร่วมด้วย จากเดิมที่เคยมีนักศึกษาปี 3 และ 4 เป็นหลักเมื่อโปรเจกต์ผ่านการคัดเลือกเข้ามาแล้ว นักศึกษาทั้งหมดจะได้เข้าอบรม เรียนรู้ และพัฒนาผลงานร่วมกับศิลปินนักออกแบบผู้เชี่ยวชาญจากหลายแวดวง ไม่ว่าจะเป็น คุณ Simon Pillard ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ผู้อยู่เบื้องหลังงานวิชวลอาร์ตทั้งหมดของ The Mall Group, คุณธีรนพ หวังศิลปคุณ นักออกแบบผู้เชี่ยวชาญด้านคอนเซปต์ดีไซน์และกราฟิกดีไซเนอร์ ผู้ก่อตั้ง TNOP DESIGN และคุณรอง–จิตต์สิงห์ สมบุญ “ครั้งก่อนระยะเวลาค่อนข้างกระชั้น รอบนี้เลยขยายเวลาให้กว้างขึ้น เพื่อให้มีเวลาเวิร์กชอปและพัฒนาผลงานกับทีมเมนเทอร์ของเราเยอะขึ้น โดยเราพยายามมองถึงเรื่องการต่อยอด แทนที่จะคิดว่ามันคือการจัดแสดงแค่ 1-2 สัปดาห์ในระยะเวลาของเทศกาล บางชิ้นงานมันอาจจะกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ถาวรของศูนย์การค้าเลยก็ได้ เรามองว่าหลายชิ้นอาจจะไปอยู่กับ common area ของเราต่อไปได้อย่างลงตัว กลายเป็นพื้นที่ของศิลปินคนนั้นๆ ตลอดปีนี้ไปเลย”ดูข้อมูลเพิ่มเติมของ Something to Stay_____On ได้ที่:https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2026/program/152876
24 ม.ค. BBBB

